
สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ (มกราคม – มีนาคม 2569) และคาดการณ์สถานการณ์ (เมษายน – มิถุนายน 2569)
จัดทำ ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569
ด้านตลาดต่างประเทศ โดย กองกลยุทธ์การตลาด ฝ่ายวางแผน
สรุปจำนวนและรายได้ตลาดต่างประเทศ เดือนมกราคม – มีนาคม 2569

สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ เดือนมกราคม – มีนาคม 2569
- นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย จำนวน 9.3 ล้านคน ลดลงร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- รายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 463,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- สัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวคิดเป็น ตลาดระยะใกล้ ร้อยละ 61 และตลาดระยะไกล ร้อยละ 39
- สัดส่วนรายได้ทางการท่องเที่ยวคิดเป็น ตลาดระยะใกล้ ร้อยละ 51 และตลาดระยะไกล ร้อยละ 49


ภูมิภาคอาเซียน
ภาพรวมภูมิภาคอาเซียน มีจำนวนนักท่องเที่ยว 2 ล้านคน ลดลงร้อยละ 18 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 60,800 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- ตลาดที่มีการเติบโตดี ได้แก่ เมียนมาและฟิลิปปินส์ โดยแนวโน้มการเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวเมียนมา เพื่อรักษาพยาบาล การศึกษา และทำธุรกิจ แม้จะมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ การเงิน และความไม่สงบภายในประเทศ แต่ผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง สำหรับตลาดฟิลิปปินส์ ประเทศไทยติดอยู่ในจุดหมายปลายทาง 10 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ที่เดินทางออกนอกประเทศ
- ตลาดที่มีการหดตัว ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน และ สิงคโปร์ โดยตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิมชะลอการเดินทางช่วงฤดูถือศีลอด (18 ก.พ. – 20 มี.ค. 2569) โดยเฉพาะ มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ส่งผลให้ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนหดตัวลง
ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง
- กระแสเดินทางเพื่อชมคอนเสิร์ต-แฟนคอนในไทย ของศิลปิน K-pop อาทิ Seventeen, Monsta X, Mark Tuan และศิลปิน T-pop ‘Bowky Lion’ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้จ่ายในไทยเพื่อร่วมกิจกรรมของศิลปินพร้อมกับเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับจากประเทศในอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม
- การส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวเชิงกลยุทธ์ของ ททท. โดยเน้นส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตร OTA อาทิ Klook, Trip.Com, Agoda, Booking.com ตลอดจนสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ Content Creator / KOL / KOC
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง
- แนวโน้มการเดินทางไปประเทศที่ต้นทุนใกล้เคียงกัน แต่ให้ประสบการณ์ใหม่ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งมีช่วงฤดูท่องเที่ยวที่ชัดเจน สภาพอากาศเย็นสบาย และแหล่งท่องเที่ยวมีความโดดเด่น อีกทั้ง ต้นทุนการเดินทาง มาไทยสูงกว่าคู่แข่ง เมื่อพิจารณาจากค่าเงิน แพ็กเกจทัวร์ในไทยที่มีราคาสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการเดินทางมาไทยสูงกว่า เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง เช่น จีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางอื่นที่คุ้มค่ากว่า
- ความกังวลด้านความปลอดภัย อาทิ ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา เหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่ม และเหตุการณ์ก่อการร้ายในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ส่งผลให้มี การชะลอการเดินทาง ปรับเปลี่ยนแผน/จุดหมายปลายทาง
- ความกังวลด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จากการรายงานข่าวฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ทำให้เกิดความกังวลด้านความเสี่ยงต่อสุขภาพเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาพรวมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนนักท่องเที่ยว 2.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และสร้างรายได้ทาง การท่องเที่ยว ประมาณ 134,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- ตลาดที่มีการเติบโตดี ได้แก่ จีนและไต้หวัน เนื่องจากมีวันหยุดยาวช่วงเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ (13-22 ก.พ. 2569) โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่มีการเดินทางเข้าไทย จำนวน 287,489 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเทศกาลตรุษจีนในปีที่ผ่านมา (25 ม.ค. – 3 ก.พ. 2568) หรือเฉลี่ย 28,749 คน/วัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง (Shift Destination) จากญี่ปุ่น ซึ่งมีปัญหาความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างจีน-ญี่ปุ่น มายังไทย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และเวียดนาม
- ตลาดที่มีการหดตัว ได้แก่ เกาหลีใต้ ฮ่องกง และญี่ปุ่น โดยมีแนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะญี่ปุ่น ผนวกกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวลดลง มีการลดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวที่ไม่จำเป็น
ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง
- การเดินทางเข้าไทยช่วงเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่
13-22 ก.พ. 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเติบโตขึ้น ร้อยละ 5 (467,294 คน) โดยเฉพาะจีน ที่มีการเติบโตขึ้นจากช่วงตรุษจีนปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนที่นั่งโดยสาร (Seat Capacity) จากจีนเข้าไทยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 9 และยอดการจองบัตรโดยสารเครื่องบินล่วงหน้า (Forward Booking) จากจีนมายังไทยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5 จากช่วงตรุษจีนปีที่ผ่านมา - การเดินทางเพื่อชมคอนเสิร์ต-แฟนมีตในไทย พร้อมกับทำกิจกรรมทางการท่องเที่ยวของกลุ่มแฟนคลับจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นกลุ่มแฟนคลับขนาดใหญ่ที่มีโอกาสเดินทางเพื่อตามดูคอนเสิร์ตของศิลปินและมีการใช้จ่ายสูงในการเดินทางชมคอนเสิร์ต ตัวอย่างเช่น ศิลปิน K-pop อาทิ Seventeen, Monsta X, Mark Tuan และศิลปินจาก SM Town รวมถึงแฟนมีตของนักแสดงซีรีส์วายไทยที่เริ่มนิยมจัดขึ้นเพื่อชมตอนแรกและตอบจบในการออกอากาศของซีรีส์ เช่น Me and Thee
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง
- ภาพลักษณ์การเป็นประเทศที่ราคาแพงขึ้น/ไม่คุ้มค่า จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ราคาสินค้าในแหล่งท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กลายเป็นประเทศที่แพงขึ้นในสายตานักท่องเที่ยว
- การแข่งขันเชิงกลยุทธ์ของคู่แข่งที่เข้มข้นขึ้น ทั้งภายในภูมิภาคและอาเซียน เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และเวียดนาม โดยเฉพาะ เวียดนามและไต้หวัน เน้นทำตลาดเชิงรุกด้วยการเพิ่ม Charter Flight รวมทั้ง เกาหลีใต้ เพิ่มเส้นทางบินจากเมืองรองของญี่ปุ่น จัดโปรโมชันลดราคาบัตรโดยสารเครื่องบินที่ลดราคาสูงสุดถึง ร้อยละ 98 และออกแคมเปญด้าน K-Medical เพื่อเจาะกลุ่มผู้หญิง ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่นิยมท่องเที่ยวเกาหลีใต้เป็นทุนเดิม
- การขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในไทย จากข่าวเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่ม ปัญหาอาชญากรรม (มิจฉาชีพ แก๊งคอลเซนเตอร์) เหตุความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และการก่อการร้ายทางชายแดนภาคใต้ ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความกังวลและเลือกตัดสินใจเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางอื่นที่มีความปลอดภัยกว่า

ภูมิภาคเอเชียใต้
ภาพรวมภูมิภาคเอเชียใต้ มีจำนวนนักท่องเที่ยว 7.3 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 27,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- ตลาดหลัก “อินเดีย” เป็นตลาดศักยภาพที่เติบโตดีต่อเนื่องทั้งด้านจำนวนและรายได้ ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 3 ทั้งด้านจำนวนและรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด แม้จะมีปัจจัยด้านสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาและกระแสข่าวการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ แต่ยังไม่พบว่ามีการหยุดชะงักของกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางของนักท่องเที่ยวอินเดีย
- ตลาดขนาดเล็กที่มีการเติบโตดี ได้แก่ ศรีลังกาและบังกลาเทศ โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของศรีลังกาที่มีทิศทางดีขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความช่วยเหลือทางการเงินและความร่วมมือด้านการพัฒนาจากอินเดีย สำหรับตลาดบังกลาเทศ แม้จะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองจากการเลือกตั้งใหม่เมื่อช่วงต้นปี 2569 แต่เริ่มมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จากโอกาสในการส่งออกของอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งสหรัฐฯ ยกเว้นภาษีให้บางส่วน
- ตลาดที่มีการหดตัว ได้แก่ เนปาลและปากีสถาน เนื่องจากสถานการณ์ในเนปาลยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ หลังการประท้วงใหญ่ของ Gen Z ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จนนำไปสู่การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 เพื่อสร้างเสถียรภาพใหม่ทางการเมืองและฟื้นฟูเศรษฐกิจ สำหรับสถานการณ์ในปากีสถานยังอยู่ในภาวะสงครามจากความขัดแย้งชายแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถาน ซึ่งกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในของปากีสถาน
ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง
- ประเทศไทย ยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอินเดีย เนื่องจากยังมีความเชื่อมั่นสูงในการเดินทางมาไทย รวมถึงมีจำนวนที่นั่งโดยสารเพิ่มขึ้น ร้อยละ 13 โดยเฉพาะจุดหมายหลักที่นิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ (+5%) ภูเก็ต (+28%) กระบี่ (+1,670%) และพัทยา (เชื่อมต่อจากกรุงเทพฯ)
- กระแสการเดินทางช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวศรีลังกาในเดือนมกราคม โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางหลักอย่าง ไทยและอินเดีย เนื่องจากมีเที่ยวบินตรงเพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวศรีลังกาที่เดินทางเข้าไทยเติบโตขึ้น ร้อยละ 28 โดยนิยมเดินทางเป็นกลุ่มครอบครัว เพื่อน และ MICE
- การยกเว้นวีซ่า ช่วยอำนวยความสะดวกและกระตุ้น การเดินทางเข้าไทย ทำให้ตัดสินใจเดินทางมาไทยได้ง่ายขึ้น
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง
- นักท่องเที่ยวอินเดียให้ความสนใจประเทศคู่แข่งมากขึ้น โดยเฉพาะ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่ได้รับความนิยมสูง รวมทั้ง เวียดนามและมาเลเซีย จากการโปรโมตแคมเปญกระตุ้นการเดินทางในอินเดียของภาครัฐและเอกชนทั้ง Domestic และ Outbound ถึงแม้ว่าไทยจะยังได้รับความนิยมสูงสุด และมีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียมากกว่าคู่แข่ง แต่เริ่มมีสัญญาณว่าจะถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย โดยในเดือนมกราคม จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทาง เข้าประเทศคู่แข่งมีอัตราเติบโตขึ้น อาทิ เวียดนาม (+80%) ญี่ปุ่น (+14%) ในขณะที่ไทยเติบโตอยู่ที่ ร้อยละ 24
- ความกังวลด้านค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการเดินทางเข้าไทย จากข่าวการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้บางส่วนชะลอการเดินทาง

ภูมิภาคโอเชียเนีย
ภาพรวมภูมิภาคโอเชียเนีย มีจำนวนนักท่องเที่ยว 2.1 แสนคน ลดลงร้อยละ 2 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 12,410 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- ตลาดหลัก “ออสเตรเลีย” และตลาดนิวซีแลนด์ หดตัวต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา
- พฤติกรรมการเดินทางของชาวออสเตรเลียมีแนวโน้มเปลี่ยนไป โดยมีความต้องการเดินทางสูง แต่ยังคงกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้มีการวางแผนเดินทางโดยระมัดระวังการใช้จ่ายท่ามกลางค่าครองชีพสูง และเน้นความคุ้มค่ามากที่สุดโดยเน้นจองทริปให้เร็วขึ้นและมุ่งเน้นโปรโมชันจากการเปรียบเทียบราคาบนแพลตฟอร์ม OTA เช่น Skyscanner, Booking.com, Expedia และ Agoda นอกจากนี้ ยังมีการเดินทางแบบ Slow Travel เพิ่มขึ้น
- ความต้องการเดินทางพักผ่อนต่างประเทศของชาวนิวซีแลนด์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ในปี 2569 มีการจอง ทริปต่างประเทศล่วงหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเลือกเอเชียเป็นจุดหมายปลายทางมากขึ้น นอกจากนี้ พฤติกรรมการเดินทางยังเปลี่ยนไป โดยเน้นกิจกรรม เดินป่า ปั่นจักรยาน และพายเรือคายัค รวมถึงการพักผ่อนโดยเฉพาะและสัมผัสใกล้ชิดกับธรรมชาติ
ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง
- ประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย โดยแนวโน้ม การเติบโตของตลาดอาเซียน เช่น ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่สูงมากและมีเที่ยวบินตรงมากขึ้น โดยมีจำนวนที่นั่งโดยสารเติบโตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2 ซึ่งช่วยรองรับการเดินทางในช่วง High Season โดยเฉพาะ กรุงเทพฯ (+2%) และภูเก็ต (+2%) ในขณะที่ตลาดยุโรปยังเป็น Dream Destination เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ
- การส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มความสนใจพิเศษของ ททท. อาทิ Golf, Wellness, Couples, Diving โดยสร้างการรับรู้และส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรผ่านโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ เพื่อโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวและแพ็กเกจของประเทศไทย
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง
- คู่แข่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากโอเชียเนีย อาทิ
- ญี่ปุ่น (ม.ค.-ก.พ. 2569: +8%) กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย จากกระแส “Japan Fever” เนื่องจากตอบโจทย์ Slow Travel, Wellness, Wellbeing
- อินโดนีเซีย โดยเฉพาะบาหลี (ม.ค. 2569: +0.22%) บาหลีมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวออสเตรเลียมากที่สุด (27%)
- เวียดนาม (ม.ค.-ก.พ. 2569: +15%) และจีน เป็นจุดหมายที่กำลังมาแรงของนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย เนื่องจากขยายเวลามาตรการยกเว้นวีซ่า
- เมืองรองในยุโรป เช่น Puglia (อิตาลี) และ Naxos (กรีซ) ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเพิ่มขึ้น
- ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ มีเที่ยวบินตรงจาก Auckland
- การประกาศเตือนภัยให้หลีกเลี่ยงและใช้ความระมัดระวังระดับสูงในการเดินทางมาไทย โดยเฉพาะพื้นที่ สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด เนื่องจากสถานการณ์ด้านความปลอดภัยยังคาดเดาได้ยาก
ภูมิภาคยุโรป
สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ เดือนมกราคม – มีนาคม 2569
ภาพรวมภูมิภาคยุโรป มีจำนวนนักท่องเที่ยว 3 ล้านคน ลดลงร้อยละ 3 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 192,020 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- ตลาดที่มีการเติบโตสูงกว่าร้อยละ 7 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ได้แก่ โปแลนด์ สวีเดน สาธารณรัฐเช็ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ และคาซัคสถาน
- ตลาดที่มีการเติบโตค่อยเป็นค่อยไป ต่ำกว่าภาพรวมภูมิภาค ได้แก่ ตุรกี อิตาลี ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี รัสเซีย สหราชอาณาจักร สเปน ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม และอิสราเอล
ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง
- การหลีกหนีจากสภาพอากาศหนาว ยังคงเป็นปัจจัยหลักของภูมิภาคยุโรป โดยเฉพาะเดือนมกราคม เส้นทางยุโรป-เอเชีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ข้อมูลจาก Air Passenger Market Analysis ของ IATA) อีกทั้งไทยให้ประสบการณ์ตรงกับความต้องการของตลาด คือ ทะเล อากาศอบอุ่น การพักผ่อนระยะยาว หลังช่วงทำงานหนักหรือความเครียดจากสถานการณ์ในภูมิภาค
- เศรษฐกิจยูโรโซนในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น
ที่ร้อยละ 1.3 สอดคล้องกับการปรับเพิ่มประมาณการของ IMF โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวและตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพ ส่งผลให้กำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลางถึงสูง - การที่เมืองเก่าน่านและเชียงคานได้รับการจัดอันดับใน Green Destinations Top 100 Stories ควบคู่ไปกับรางวัล Green Destinations Awards แสดงให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดระยะไกล โดยเฉพาะกลุ่มยุโรปที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง
- เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้หลายประเทศในตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้าและจำกัดการบินในวงกว้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปที่ต่อเครื่องผ่าน Gulf Hub ลดลงร้อยละ 20 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างช่วงก่อนเกิดเหตุ (22-28 ก.พ. 2569) และหลังเกิดเหตุ (1-7 มี.ค. 2569) ทั้งนี้ สายการบินระหว่างประเทศได้มีการเพิ่มเที่ยวบินและปรับ Capacity ในเส้นทางยุโรป-เอเชีย เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เปลี่ยนแปลง อาทิ การเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางตรง (Direct Flight) เช่น Norse Atlantic Airways เพิ่มเที่ยวบิน London-Bangkok และ Austrian Airlines เพิ่มเที่ยวบิน Vienna-Bangkok เพื่อรองรับผู้โดยสารที่
ไม่สามารถเดินทางต่อเครื่องผ่านศูนย์กลางการบินในตะวันออกกลางได้

ภูมิภาคอเมริกาและแอฟริกา
ภาพรวมภูมิภาคอเมริกา มีจำนวนนักท่องเที่ยว 4.9 แสนคน ลดลงร้อยละ 0.2 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 28,065 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
ภาพรวมภูมิภาคแอฟริกา มีจำนวนนักท่องเที่ยว 3.6 หมื่นคน ลดลงร้อยละ 1 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 1,690 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- จำนวนนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา ชะลอตัวลงเล็กน้อยที่ ร้อยละ 1 ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากการแข็งค่าของเงินบาทเฉลี่ยถึง ร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความคุ้มค่าในการใช้จ่าย (Value for Money) ของนักท่องเที่ยวลดลง และกลายเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งการเติบโตของตลาดนี้
- เหตุการณ์ปฏิบัติการ Operation Epic Fury เพื่อโจมตีอิหร่าน (ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569) ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวภูมิภาคอเมริกา โดยในช่วง 14 วันหลังปฏิบัติการฯ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ร้อยละ 13.4 เมื่อเทียบกับ 14 วันก่อนหน้าปฏิบัติการฯ เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวบางส่วนเดินทางเชื่อมโยงเข้าไทยโดยผ่านเส้นทางบิน Gulf Hub
ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง
- เที่ยวบินเชื่อมโยงจากแคนาดาและอเมริกาเพิ่มมากขึ้น โดยสายการบิน Air Canada ยังคงความถี่เที่ยวบินในเส้นทาง Vancouver-Bangkok เพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอเมริกาเดินทางเข้าไทยได้สะดวก และมีปัจจัยกลุ่ม Snowbird (หนีหนาว) เป็นตัวขับเคลื่อนความต้องการท่องเที่ยวหลักในไตรมาสนี้
- นักท่องเที่ยวมีความกังวลน้อยลง จากประกาศ Travel Advisory ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ประเทศไทยอยู่ในระดับปกติ (ระดับ 1) ถือว่าปลอดภัยที่สุดสำหรับการท่องเที่ยว
- ภูมิภาคแอฟริกาสามารถคงจำนวนสายการบินหลักที่ บินตรงเข้าไทยได้ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ได้แก่ Ethiopian Airlines, Kenya Airways, Air Austral ช่วยเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคแอฟริกาเดินทางเข้าไทยได้สะดวก
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคการเดินทาง
- ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ยประมาณร้อยละ 8 โดยปรับตัวจากระดับประมาณ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ประมาณ 31.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไทยมีราคาแพงขึ้นในสายตาของนักท่องเที่ยวอเมริกา
- ตลาดลาตินอเมริกา มีการพึ่งพา Hub ตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูง โดยเฉพาะบราซิลและอาร์เจนตินา ซึ่งนิยมใช้สายการบินเชื่อมโยงมาไทย เช่น Qatar Airways และ Emirates
- นักท่องเที่ยวจากแอฟริกาส่วนใหญ่เดินทางมาไทยผ่านเที่ยวบินเชื่อมต่อในตะวันออกกลาง ส่งผลให้มีการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินในภูมิภาคดังกล่าว และทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากแอฟริกาหดตัวลงร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วง 14 วันก่อนเกิดเหตุ

ภูมิภาคตะวันออกกลาง
ภาพรวมภูมิภาคตะวันออกกลาง มีจำนวนนักท่องเที่ยว 8.6 หมื่นคน ลดลงร้อยละ 28 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 6,930 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- ในเดือนมกราคม 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีอัตราการเติบโตขึ้น ร้อยละ 2 เทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งตลาดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด คือ ซาอุดีอาระเบีย โดยได้อิทธิพลตามฤดูกาลท่องเที่ยวหลักของอ่าวเปอร์เซีย GCC Winter Peak และ Pre-Ramadan Surge นิยมเดินทางพักผ่อนก่อนเข้าช่วงฤดูถือศีลอด
- หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการ Operation Epic Fury โจมตีอิหร่าน ส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคประกาศปิดน่านฟ้าและยกเลิกเที่ยวบิน ส่งผลกระทบให้การเดินทางระหว่างประเทศหยุดชะงัก ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางในช่วงวันที่ 1-15 มีนาคม 2569 ลดลงถึงร้อยละ 56 เมื่อเทียบกับช่วง 15 วันก่อนเกิดความขัดแย้ง (14-28 ก.พ.)
- ผลกระทบต่อเนื่องจากช่วงรอมฎอน (Ramadan) (17 ก.พ. – 20 มี.ค. 2569) ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางลดลงถึง ร้อยละ 69 เมื่อเทียบกับช่วงรอมฎอนของปีที่ผ่านมา (28 ก.พ. – 30 มี.ค. 2568) อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง
- ค่าเงินแข็งค่า-เที่ยวคุ้ม: ค่าเงินตะวันออกกลางมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะในต้นเดือนมีนาคมเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์ เช่น ค่าเงินดีนาร์คูเวต (KWD) ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถแลกเงินได้มากขึ้น เป็นแรงหนุนในการซื้อสินค้าและบริการ โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) และการพักผ่อนระดับหรูหรา ซึ่งช่วยให้ตัดสินใจเลือกแพ็กเกจที่มีมูลค่าสูงขึ้นหรืออยู่ในประเทศไทยนานขึ้นได้
- ได้รับอิทธิพลตามฤดูกาลท่องเที่ยวหลักของอ่าวเปอร์เซีย GCC Winter Peak ในเดือนมกราคม และ Pre-Ramadan Surge ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางนิยมเดินทางพักผ่อนก่อนเข้าช่วงถือศีลอด
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง
- สถานการณ์การปิดน่านฟ้าและกระทบต่อเส้นทางบิน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดตะวันออกกลาง โดยพบการหดตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างชัดเจนในทุกตลาด อาทิ คูเวต (ลดลงร้อยละ 85) และ อิหร่าน (ลดลงร้อยละ 78) เมื่อเปรียบเทียบสถิติช่วงเกิดเหตุ (1-7 มี.ค.) กับช่วงก่อนหน้า (22-28 ก.พ.) ทั้งนี้ สายการบินสำคัญที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ได้แก่ Emirates, Qatar Airways, Etihad Airways และ Gulf Air
- สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคลังจัดเก็บน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง นอกจากกระทบต่อรายได้ประชากร ยังส่งผลต่อเนื่องไปยังความปลอดภัยของท่าอากาศยานหลักและตารางการบินระหว่างประเทศ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะชะลอหรือทบทวนแผนการเดินทางในช่วงหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
คาดการณ์จำนวนและรายได้ตลาดต่างประเทศ เดือนเมษายน – มิถุนายน 2569
แนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ เดือนเมษายน – มิถุนายน 2569
- คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย จำนวน 7.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- คาดการณ์รายได้ทางการท่องเที่ยว ประมาณ 349,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568
- สัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวคิดเป็น ตลาดระยะใกล้ ร้อยละ 75 และตลาดระยะไกล ร้อยละ 25
- สัดส่วนรายได้ทางการท่องเที่ยวคิดเป็น ตลาดระยะใกล้ ร้อยละ 64 และตลาดระยะไกล ร้อยละ 36
ปัจจัยด้านการบินเดือนเมษายน – มิถุนายน 2569
- Forward Booking
-
- Forward Booking การจองบัตรโดยสารเครื่องบินล่วงหน้าเข้าไทย (เม.ย. – มิ.ย. 69) ภาพรวมยอดจองฯ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปี 2568 โดยตลาดสำคัญ เช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน มีสัญญาณบ่งชี้ว่าปรับตัวดีขึ้น โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7-23 จากช่วงเดียวกันในปี 2568
-
-
- TOP 5 ตลาดที่มียอดจองฯ มากที่สุด ได้แก่ อินเดีย จีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
-
-
-
- ตลาดที่มีแนวโน้มยอดจองฯ เติบโตขึ้น จากช่วงเดียวกันใน ปี 2568 ได้แก่ คาซัคสถาน (+52%) เมียนมาร์ (+32%) ซาอุดีอาระเบีย (+27%) อิสราเอล (+26%) จีน (+23%)
-
- Seat Capacity
-
- Seat Capacity จากต่างประเทศเข้าไทย (เม.ย. – มิ.ย. 2569) ช่วยรองรับความต้องการเดินทางมายังประเทศไทย
-
-
- จำนวนที่นั่งโดยสาร (เม.ย. – มิ.ย. 2569) 11.9 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2568 หรือฟื้นตัวร้อยละ 90 ของจำนวนที่นั่งปี 2562 (13.2 ล้านที่นั่ง)
-
-
-
- เที่ยวบินใหม่ จาก 19 ประเทศ บินตรงไปยัง กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ เชียงราย กระบี่ และหาดใหญ่
-
ปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยท้าทายตลาดต่างประเทศ เดือนเมษายน – มิถุนายน 2569
ปัจจัยสนับสนุน
- การส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในระดับนานาชาติ
- “ไทย” ติด TOP 10 เมืองที่ดีที่สุดในโลก ปี 2569 จากผลสำรวจของ Time Out ซึ่งได้รับการประเมินด้านอาหาร วัฒนธรรม ความหลากหลาย และคุณภาพชีวิตในเมือง
- การยอมรับด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) อาทิ Green Destinations Gold Award 2025 (เมืองเก่าสุโขทัย) Green Destinations Top 100 Stories (พื้นที่ศรีสัชนาลัย)
- การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในไทย อาทิ Maha Songkran World Water Festival 2026 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และงานเทศกาลสงกรานต์ที่ถูกจัดขึ้นทั่วประเทศไทย รวมทั้งการร่วมมือกับพันธมิตรจัดกิจกรรม “Music Festival : S2O Songkran Music Festival 2026, SIAM Songkran Music Festival 2026” เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่รักเสียงดนตรี ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยมากขึ้น ขณะเดียวกันตลาดระยะไกล (Long-haul) ได้รับแรงหนุนจากเทศกาล Easter ซึ่งในปี 2569 มีช่วงเวลาใกล้เคียงกับเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาบางส่วนเลือกเดินทางแบบพักผ่อนระยะยาว โดยผสานการท่องเที่ยวในช่วงสองเทศกาลเข้าด้วยกัน
- World Class Event / International Event กิจกรรมระดับโลกที่จัดขึ้นในไทยช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 เพื่อเป็น Magnet Destination ดึงดูดการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ อาทิ
- Thailand Super Series 2026 (Motorsport) (บุรีรัมย์)
- AFC U-20 Women’s Asian Cup 2026 (กรุงเทพฯ ปทุมธานี ชลบุรี)
- การจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมแฟนมีตของศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะศิลปิน K-Pop และกระแสซีรีส์ Boy Love (BL) ของไทย เช่น Joong-Dunk, Sea-Keen และคอนเสิร์ตรวมนักแสดง BL จาก GMMTV ที่สร้างปรากฏการณ์บัตรคอนเสิร์ต Sold Out ในวันแรกที่เปิดขายบัตร ซึ่งสะท้อนบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลาง Entertainment Hub ของภูมิภาค และมีส่วนสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มแฟนคลับจากต่างประเทศ
ปัจจัยท้าทาย/ประเด็นติดตาม
- ผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน กระทบต่อเส้นทางการบินระหว่างยุโรป–เอเชีย สายการบินต้องปรับเส้นทางบินและทำให้ระยะเวลาเดินทางยาวนานขึ้น ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น และมีแนวโน้มค่าบัตรโดยสารปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งส่งผลให้เศรษฐกิจโลกผันผวนและเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในยุโรปและสหรัฐฯ ค่าครองชีพสูงขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เลือก “เลื่อนการเดินทาง” มากกว่ายกเลิก แต่มีแนวโน้มปรับพฤติกรรม เช่น ลดระยะเวลาพำนัก ลดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย และเลือกจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าหรือเดินทางสะดวกกว่า
- ความผันผวนของค่าเงิน ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ กรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่า จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไทยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยดู “ไม่คุ้มค่า” โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวด้านราคา และทำให้นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เช่น ลดค่าใช้จ่าย เลือกที่พักราคาประหยัด หรือปรับลดระยะเวลาพำนัก
- การส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวของประเทศคู่แข่งในแถบเอเชีย เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ เกาหลีใต้ เวียดนาม ญี่ปุ่น และจีน โดยสรุปดังนี้
-
- เวียดนาม นโยบาย ‘Your Next Destination’ ขยายเวลาการยกเว้นวีซ่าให้ 12 ประเทศในยุโรป โดยเฉพาะยุโรปตะวันออก สวิตเซอร์แลนด์ โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขการจองผ่านบริษัททัวร์ (17 ส.ค. 2568 – 14 ส.ค. 2571)
- เกาหลีใต้ เน้นดึงดูด Group Tour จากจีน โดยไม่ต้องขอ วีซ่า (29 ก.ย. 68 – 30 มิ.ย. 2569)
- ญี่ปุ่น สภาพอากาศที่เย็นสบายและปรากฏการณ์ซากุระ เป็น Seasonal Attraction ระดับโลก ประกอบกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่าย ส่งผลให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- จีน นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ รวมถึงการยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และลดการเดินทางออกต่างประเทศ

