
สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดในประเทศ (มกราคม – มีนาคม 2569) และคาดการณ์สถานการณ์ (เมษายน – มิถุนายน 2569)
จัดทำ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
ด้านตลาดในประเทศ โดย กองกลยุทธ์การตลาด ฝ่ายวางแผน
ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดในประเทศ เดือนมกราคม – มีนาคม 2569


หมายเหตุ: (+/-%) คือ อัตราการเติบโต ปี 2569 เทียบกับปี 2568
- สถิติเบื้องต้นจำนวนและรายได้ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เดือน ม.ค.69 โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- ประมาณการแนวโน้มจำนวนและรายได้ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เดือน ก.พ.-มี.ค.69 โดยงานวิเคราะห์ตลาดในประเทศ กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 69
- จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย คำนวณจากจังหวัดเฉลี่ยที่ใช้ในการเดินทาง เดือน ม.ค.-มี.ค.69 ในแต่ละภูมิภาค โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดในประเทศ เดือนมกราคม – มีนาคม 2569 มีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 51.33 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 274,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2568
- เมืองน่าเที่ยวมีการเติบโตทั้งด้านจำนวนและรายได้ อยู่ที่ร้อยละ 2
-
- จังหวัดที่มีการเติบโตด้านจำนวนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จันทบุรี (ร้อยละ 19) สุโขทัย (ร้อยละ 15) นครศรีธรรมราช (ร้อยละ 11) ปราจีนบุรี (ร้อยละ 8) และลำพูน (ร้อยละ 6)
- จังหวัดที่มีการเติบโตด้านรายได้มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จันทบุรี (ร้อยละ 16) สุโขทัย (ร้อยละ 16) นครศรีธรรมราช (ร้อยละ 11) ลำพูน (ร้อยละ 7) และน่าน (ร้อยละ 6)


กรุงเทพมหานคร
- คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 7.39 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 50,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2568
- ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในภูมิภาค (ร้อยละ 53) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจังหวัดใกล้เคียง อาทิ นนทบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร อีกทั้งรูปแบบการเดินทางมีแนวโน้มเปลี่ยนมาเป็นแบบไป-กลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 (ที่มา: Mobility Data เดือน ม.ค.-ก.พ.69 จากระบบฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด)
ปัจจัยสนับสนุน
- กระแส “Bangkok City” และไวรัล “ห่มสไบใส่ยีนส์” ในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ วัดอรุณราชวราราม วัดพระแก้ว กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติออกเดินทางไปท่องเที่ยวมากขึ้น
- City of Events มีการจัดงานระดับประเทศและระดับโลกที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้เกิดการเดินทางเข้าพื้นที่ อาทิ ตรุษจีนเยาวราช 2569 งาน Grand Line In Thailand (One Piece) เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 Bangkok Design Week และการจัดคอนเสิร์ตของศิลปินต่างชาติ อาทิ SEVENTEEN [RIGHTHERE] WORLD TOUR
- การจัดอันดับระดับโลก กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับจากสื่อต่างชาติ (New York Times) ให้เป็นอันดับ 1 ของเอเชียและอาเซียน และอันดับ 3 ของโลก ในฐานะเมืองที่น่าไปเยือนที่สุดในปี 2569 โดยมีจุดเด่นเรื่องพื้นที่สีเขียว ศูนย์กลาง ศิลปะวัฒนธรรม และการเดินทาง
ปัจจัยอุปสรรค
- กำลังซื้อของคนไทยยังฟื้นตัวช้า จากภาวะค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ผนวกกับแรงกดดันจากราคาพลังงาน ทำให้คนไทยระมัดระวังการใช้จ่ายและเลือกท่องเที่ยวแบบประหยัดมากขึ้น
- ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 มีค่าสูงเกินระดับมาตรฐานในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะในสถานที่ท่องเที่ยว/และการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- ราคาที่พักและบริการปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจาการฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีจำนวนมากขึ้นในช่วงต้นปี
- ราคาน้ำมันสูงขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากคนในจังหวัดปริมณฑลและนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ทำให้จำนวนการเดินทางท่องเที่ยวมีโอกาสที่จะชะลอตัว

ภาคกลาง (รวมภาคตะวันตก)
- คาดว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 16.20 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 และรายได้ทางการท่องเที่ยว 53,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2568
- ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในภูมิภาค (ร้อยละ 47) โดยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวพักค้างคืนเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และมีจำนวนวันเดินทางเฉลี่ยอยู่ที่ 1.9 วัน (ที่มา: Mobility Data เดือน ม.ค.-ก.พ.69 จากระบบฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด)
- เมืองน่าเที่ยวที่มีอัตราการเติบโตด้านจำนวนเพิ่มขึ้นมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ราชบุรี (ร้อยละ 4) ลพบุรี (ร้อยละ 4) และสิงห์บุรี (ร้อยละ 3)
ปัจจัยสนับสนุน
- ช่วงเทศกาลปีใหม่และวันมาฆบูชา เป็นปัจจัยที่กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่คึกคักเป็นพิเศษ สะท้อนจากผลสำรวจแผนการเดินทางในไตรมาส 1/2569 ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า คนไทยวางแผนเดินทางช่วงมกราคมสูงถึงร้อยละ 92 และ มากกว่าร้อยละ 60 นิยมพักค้างภายในภูมิภาคของตนเอง
- การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ งานเทศกาลปีใหม่ที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OR) ของภูมิภาคสูงถึงร้อยละ 85 (ที่มา: งานภาคกลาง 3 ณ วันที่ 12 ม.ค. 69) งานเทศกาลตรุษจีนที่นครปฐม และสุพรรณบุรี งานเขาวงพระจันทร์ 2569 (ลพบุรี) งานพระนครคีรี – เมืองเพชร (เพชรบุรี) งานสดุดีวีรชนค่ายบางระจัน (สิงห์บุรี) งาน Amazing Muaythai Festival 2026 (ประจวบคีรีขันธ์)
- เทรนด์เดินป่า – ขึ้นเขา ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ สวนผึ้ง (ราชบุรี) แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่วังม่วง น้ำตกสามหลั่น น้ำตกเจ็ดสาวน้อย (สระบุรี) สังขละบุรี สันหนอกวัว ขณะที่เขาช้างเผือก (กาญจนบุรี) พบว่า มีการค้นหาที่พักจาก Agoda ในช่วงปลายปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 95
- ช่วงปิดภาคเรียนในเดือนมีนาคม ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวมีการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ในพื้นที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวกลุ่มสวนสัตว์ ฟาร์มสเตย์และแหล่งเรียนรู้เชิงเกษตร อาทิ กาญจนบุรี สระบุรี ปทุมธานี สิงห์บุรี และโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีการค้นหา คำว่า “ที่เที่ยว” และ “ที่พัก” ช่วงวันที่ 9-12 ก.พ. 69 เพิ่มขึ้น (ที่มา: Google Trends ณ วันที่ 22 ก.พ. 69)
ปัจจัยอุปสรรค
- ฝุ่น PM 2.5 มีค่าเกินมาตรฐาน ในพื้นที่จังหวัดปริมณฑลและจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจชะลอการเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ
- เศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว และความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันโลกจากวิกฤตการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้คนไทยระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว
- ราคาน้ำมันสูงขึ้น ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเน้นเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากที่สุด ทำให้นักท่องเที่ยวมีความกังวลและกลัวจะไม่มีน้ำมันเติมระหว่างการเดินทาง

ภาคตะวันออก
- คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 7.07 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 43,830 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2568
- ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางจากคนภาคกลาง ซึ่งมีสัดส่วนการเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 (ที่มา: Mobility Data เดือน ม.ค.-ก.พ.69 จากระบบฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด)
- เมืองน่าเที่ยวที่มีอัตราการเติบโตด้านจำนวนเพิ่มขึ้นมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ จันทบุรี (ร้อยละ 19) คาดว่า เกิดจากการเดินทางเข้าพื้นที่ของนักท่องเที่ยวสายมู/สายศรัทธาในช่วงงานประเพณีมนัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ รองลงมาคือ ปราจีนบุรี (ร้อยละ 8) และนครนายก (ร้อยละ 5)
ปัจจัยสนับสนุน
- เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลภาคตะวันออก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวที่นิยมพาบุตรหลานไปเล่นน้ำทะเลคลายร้อนในช่วงปิดภาคเรียน
- การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ งานประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง (จ.จันทบุรี) เทศกาลแห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์ถิ่นหนองจับเต่า เขาชีจรรย์ (ชลบุรี) กิจกรรม Hidden Chill กินมะยงชิด (นครนายก) Pattaya Music Festival 2026 (ชลบุรี) งาน UFO Festival (นครนายก) ริมเขื่อน Music Festivals 2 (สระแก้ว) Sibdecibel Music Festival (ฉะเชิงเทรา) เทศกาลว่าวนานาชาติบนชายหาดพัทยา (ชลบุรี) Rayong Long Beach Marathon (ระยอง) Koh Larn Trail Running (ชลบุรี) Khlong Madeua Trail Season9 (นครนายก) Kabinburi Monkey Run 2026 (ปราจีนบุรี) RUN FOR BORDER 2026 (สระแก้ว) Bikini Run Chanthaburi 2026. & Bohemian Fulfillment Festival (จันทบุรี)
- เข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลไม้ เริ่มเปิดสวนผลไม้ให้นักท่องเที่ยวเข้าชิมผลผลิตพร้อมกิจกรรมในสวน
ปัจจัยอุปสรรค
- ภาวะเศรษกิจและหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้คนไทยระมัดระวังการใช้จ่าย
- ต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวมีแนวโน้มสูงขึ้น ตามราคาพลังงาน กระทบต่อการตัดสินใจเดินทางและงบประมาณในการท่องเที่ยว เนื่องจากการเดินทางไปภาคตะวันออกของคนไทยพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก (ประมาณร้อยละ 84, สถิติการท่องเที่ยวภายในประเทศปี 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)
- สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจังหวัดสระแก้วและตราด ยังคงมีการคุมเข้มเรื่องการเปิด-ปิดด่านชายแดน ส่งผลกระทบต่อการค้าและความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงต้นไตรมาส โดยเฉพาะจังหวัดสระแก้ว ซึ่งในเดือน ม.ค.-ก.พ. 69 มีการหดตัวของจำนวนผู้เยี่ยมเยือนร้อยละ 30-33 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา

ภาคใต้
- คาดว่า มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 5.86 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และรายได้ทางการท่องเที่ยว 51,610 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2568
- ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในภูมิภาค (ร้อยละ 82) มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวพักค้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 และมีจำนวนวันเดินทางเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4 วัน (ที่มา: Mobility Data เดือน ม.ค.-ก.พ.69 จากระบบฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด)
- เมืองน่าเที่ยวที่มีอัตราการเติบโตด้านจำนวนเพิ่มขึ้นมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครศรีธรรมราช (ร้อยละ 11) พัทลุง (ร้อยละ 2) ระนอง (ร้อยละ 1)
ปัจจัยสนับสนุน
- การเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ วันตรุษจีน วันมาฆบูชา และวันฮารีรายอปอซอ ซึ่งคนไทยบางส่วนลาหยุดยาว (3-5 วัน) มาพักผ่อนและไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์/ประกอบพิธีทางศาสนาในภาคใต้
- การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ เทศกาลดนตรีระดับโลก Electric Daisy Carnival (EDC) จ.ภูเก็ต ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 120,000 คน ส่งผลให้โรงแรมในพื้นที่ถูกจองเต็ม งาน HEART ใหญ่ ไม่พรือ-ทอดไก่ ไม่ทอดทิ้ง จ.สงขลา มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน (ที่มา: mgronline.com, thaipost.net) และงาน TRANG Foodie Fest : Senses of Journey จ.ตรัง มีผู้เข้าร่วม 12,586 คน สะท้อนความแข็งแกร่งด้านอาหารและวัฒนธรรมของภาคใต้ นอกจากนี้ ททท. สำนักงานในพื้นที่จำหน่ายแพ็กเกจท่องเที่ยวได้ไม่น้อยกว่า 3,270 Pax สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า 1.4 ล้านบาท (ที่มา: ระบบข้อมูลแผนปฏิบัติการและการติดตามประเมินผล ณ วันที่ 17 มี.ค. 69)
- ช่วงปิดภาคเรียน ผนวกกับเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและกิจกรรมทางน้ำ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
ปัจจัยอุปสรรค
- เศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้นักท่องเที่ยวมีกำลังซื้อน้อยลง เน้นความคุ้มค่าและทริปใกล้บ้านมากขึ้น
- ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นราธิวาส ยะลา ปัตตานี) ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ทำให้การเติบโตทั้งจำนวนและรายได้ของ จ.นราธิวาส ลดลงร้อยละ 0.6 ขณะที่ จ.ยะลา เติบโตเพิ่มขึ้นไม่ถึงร้อยละ 1 (ที่มา: สถิติเบื้องต้น ม.ค.-ก.พ.69 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ วันที่ 17 มี.ค. 69)
- ต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวมีแนวโน้มสูงขึ้น ตามราคาพลังงาน กระทบต่อการตัดสินใจเดินทางและงบประมาณในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน

ภาคเหนือ
- คาดว่า มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 7.03 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 และรายได้ทางการท่องเที่ยว 48,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2568
- ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในภูมิภาค (ร้อยละ 58) โดยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวพักค้างเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และมีจำนวนวันเดินทางเฉลี่ยอยู่ที่ 2.27 วัน (ที่มา: Mobility Data เดือน ม.ค.-ก.พ.69 จากระบบฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด)
- เพชรบูรณ์เป็นเมืองน่าเที่ยวเพียงจังหวัดเดียวที่มีสถานการณ์ท่องเที่ยวลดลง โดยมีอัตราการเติบโตติดลบร้อยละ 2 ทั้งจำนวนผู้เยี่ยมเยือนและรายได้ทางการท่องเที่ยว เนื่องจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 สะท้อนจากข้อมูล Zocial Eye ของ Wisesight พบว่า คนไทยมีการกล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในแต่ละจังหวัด และเพชรบูรณ์มีการกล่าวถึงมากที่สุด โดยเฉพาะประเด็นของความกังวลของสุขภาพ และความกลัวว่าไปเที่ยวแล้วเห็นแต่ฝุ่น เพราะจุดขายของเพชรบูรณ์คือ แหล่งท่องเที่ยวภูเขาและชมทะเลหมอก ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนตัดสินใจที่จะเปลี่ยนจุดหมายไปที่อื่นแทน
ปัจจัยสนับสนุน
- ช่วงเทศกาลปีใหม่และสภาพอากาศที่เย็น ทำให้บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวมีความคึกคักมาก โดยเฉพาะจังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน สุโขทัย ลำปาง ลำพูน สะท้อนจากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้ง 7 จังหวัดอยู่ที่ร้อยละ 80-90 (ข้อมูลจาก ททท. สนง.ตลาดในประเทศ)
- การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ งานเทศกาลปีใหม่ กิจกรรมเที่ยวเหนือฉ่ำ ๆ เที่ยวซ้ำได้ทุกเดือนร่วมกับ Trip.com ด้วยการมอบส่วนลดที่พัก/ โรงแรม รถเช่าและเที่ยวบินครอบคลุม 17 จังหวัดภาคเหนือ (เดือนม.ค.-มิ.ย. 69) กิจกรรมปรากฎการณ์แสงเดอะซีรีส์ปี 2 ณ วัดศรีชุม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย (13-15 มี.ค.69) เทศกาลตรุษจีน งานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม 2026 กิจกรรมบินลัดฟ้า เที่ยวตามรอยลิซ่า ในเส้นทางเชียงราย-พะเยา
- กระแสเดินป่า ขึ้นเขา นอนแคมปิง ซึ่งคนไทยมีความสนใจการท่องเที่ยวภูเขา กิจกรรมเดินป่า และนอนแคมปิงเพิ่มขึ้น สะท้อนจากข้อมูล Agoda ระบุว่า ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. คนไทยเลือกเที่ยวเดินป่า โดยเฉพาะภาคเหนือ อาทิ เชียงใหม่ (กิ่วแม่ปาน) ตาก (ดอยภูเล)
ปัจจัยอุปสรรค
- ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย และเลือกใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น
- ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในตั้งแต่เดือนก.พ.-เม.ย.
- ต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาพลังงาน กระทบต่อการตัดสินใจเดินทางและงบประมาณในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- คาดว่า มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 7.79 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ 0.01 เนื่องจากผลพวงจากการปะทะชายแดนไทย–กัมพูชาใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ โดยมีการยกเลิกการจองห้องพักคิดเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ 70–90 (รายงานสถานการณ์เดือนม.ค.-ก.พ.69 จาก ททท. สนง.นปท.) ขณะที่รายได้ทางการท่องเที่ยว 26,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2568
- ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในภูมิภาค (ร้อยละ 48) โดยมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวพักค้างคืนเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 และมีจำนวนวันเดินทางเฉลี่ยอยู่ที่ 2.32 วัน (ที่มา: Mobility Data เดือน ม.ค.-ก.พ.69 จากระบบฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด)
- เมืองน่าเที่ยวโดยเฉพาะจังหวัดที่มีชายแดนติดกัมพูชา ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สุรินทร์ มีอัตราการเติบโตติดลบด้านจำนวนผู้เยี่ยมเยือน เนื่องจากผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีเป็นระยะ ๆ ขณะที่บุรีรัมย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น เพราะได้รับอานิสงค์จากการจัดกิจกรรม Moto GP
ปัจจัยสนับสนุน
- ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบายเหมาะแก่การพาครอบครัวมาท่องเที่ยว ทำบุญไหว้พระ
- การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ งานเทศกาลปีใหม่ กิจกรรม Isan All Gen Together เที่ยวอีสานยกบ้าน ร่วมกับ Trip.com และ TrueMoney เจาะกลุ่มเป้าหมาย Multi Gen Family กิจกรรมลัดเลาะอีสาน เมืองน่าเที่ยว 2026 แนวอุบล ครั้งที่ 3” เทศกาลศิลปะ ดนตรี และวิถีชุมชน จ.อุบลราชธานี กิจกรรม “สกลเสียงศิลป์” สืบสานภูมิปัญญาเสียงพื้นบ้าน
- กระแส “ทะเลบัวแดง” ตามรอยลิซ่า จากแคมเปญ Feel all the Feeling จนเกิดกระแสไวรัลบนสื่อโซเซียล ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางตามรอยไปยัง จ.อุดรธานี ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยว
ปัจจัยอุปสรรค
- ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย และเลือกใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น
- สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกที่จะหลีกเลี่ยง หรือชะลอการเดินทางเข้าพื้นที่
- ราคาน้ำมันสูงขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบโลกที่สูงขึ้นจากผลกระทบความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน ส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะยังไม่ครอบคลุม อีกทั้งแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่นอกเมืองและระยะทางไกล ทำให้นักท่องเที่ยวมีความกังวลจะไม่มีน้ำมันเติมระหว่างการเดินทาง
คาดการณ์จำนวนและรายได้ตลาดในประเทศ เดือนเมษายน – มิถุนายน 2569


หมายเหตุ: (+/-%) คือ อัตราการเติบโต ปี 2569 เทียบกับปี 2568
- ประมาณการแนวโน้มจำนวนและรายได้ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เดือน เม.ย.-มิ.ย.69 โดยงานวิเคราะห์ตลาดในประเทศ กกต. ณ วันที่ 10 ก.พ. 69
- จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย คำนวณจากจังหวัดเฉลี่ยที่ใช้ในการเดินทาง เดือน เม.ย.-มิ.ย.69 ในแต่ละภูมิภาค โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- คาดการณ์จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 51.81 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2568
- คาดการณ์รายได้ทางการท่องเที่ยว 304,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2568
- คาดการณ์เมืองน่าเที่ยวจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 29.49 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 1
- คาดการณ์เมืองน่าเที่ยวจะมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 85,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3
- สัดส่วนจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยของเมืองน่าเที่ยว คิดเป็นร้อยละ 41
ปัจจัยสนับสนุน
- เทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวชาวไทยใช้โอกาสนี้ในการเดินทางกลับภูมิลำเนา พร้อมกับท่องเที่ยวกับครอบครัว ผนวกกับมีการจัดงานเทศกาล “Maha Songkran World Water Festival 2026 เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ 2569” ในพื้นที่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว
- ช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เม.ย.–พ.ค. เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ที่ครอบครัวนิยมพาบุตรหลานออกเดินทางท่องเที่ยว
- กิจกรรมส่งเสริมการตลาดของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ กิจกรรมขับเคลื่อนให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว 365 วัน การจัดแคมเปญ “ฮีลใจทุกที่ ฟีลดีทุกทริป” ผ่านแนวคิด “เที่ยวใกล้บ้าน” เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางในระยะใกล้ ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานควบคู่กับการกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ
ปัจจัยอุปสรรค
- ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และหนี้ครัวเรือนที่สูง ทำให้ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย และเลือกใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น
- ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในตั้งแต่เดือนก.พ.-เม.ย.
- ต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวมีแนวโน้มสูงขึ้น ตามราคา พลังงาน ส่งผลให้บัตรโดยสารเครื่องบินภายในประเทศปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 15–20% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.69
- สินค้าและบริการปรับราคาพร้อมกันหลังสงกรานต์ ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และจะยิ่งกดกำลังซื้อในช่วงพ.ค.–มิ.ย. ให้ลดลงต่อเนื่อง