สรุปภาพรวมการท่องเที่ยวโลกปี 2026 และ Beyond จากงาน ITB Berlin Convention

 

กองบรรณาธิการ

 

 

ITB Berlin

 

‘ในโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายทุกรูปแบบ ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวควรเป็นเช่นไร’

 

คำถามนี้คงเป็นหัวใจสำคัญของงาน ITB Berlin Convention งานสัมมนาด้านการท่องเที่ยวที่เชิญผู้นำอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในสาขาการบริหารจัดการการท่องเที่ยว มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ผ่านการบรรยายแบบ Keynote และการเสวนา Panel session โดยเป็นส่วนหนึ่งของงาน ITB Berlin งานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3-5 มีนาคม 2569 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

 

ITB Berlin Convention ประกอบไปด้วย Speaker 400 ท่าน แบ่งเป็น 200 Session 4 เวที และ 17 หัวข้อสำคัญ อาทิ eTravel และ Travel Tech เทรนด์แห่งอนาคต ท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบ การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว อนาคตแห่งภาคบริการ MICE ท่องเที่ยวทางน้ำ ท่องเที่ยวแบบผจญภัย และอื่น ๆ อีกมากมาย

 

ธีมหลักของงานในปีนี้คือ “Leading Tourism into Balance” มุ่งค้นหาวิธีการสร้างความสมดุลให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในมิติต่าง ๆ โดยการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้สูงเป็นอันดับต้น ๆของโลก คิดเป็นสัดส่วน 10.3% ของ Global GDP เป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศ

 

แต่อย่างไรก็ตาม จากความท้าทายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน หรือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะต่อไปต้องคำนึงถึงจุดสมดุลในหลากหลายแง่มุม เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคตสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและกระจายผลประโยชน์ให้ผู้เกี่ยวข้องได้อย่างทั่วถึงอย่างแท้จริง

 

Kirk Fisher / Shutterstock.com

 

Key Summary:

ทิศทางท่องเที่ยวโลกท่ามกลางความท้าทาย

  • การท่องเที่ยวโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มีนักท่องเที่ยวเดินทางทั่วโลก 1.5 พันล้านคน นอกจากนี้ Tourism Economics คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะเติบโตสูงขึ้นถึง 2 พันล้านคนภายในปี 2030 และ 3 พันล้านคนภายในปี 2045 แสดงให้เห็นถึงความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่ยังเติบโตอย่างมั่นคงแม้จะเผชิญกับวิกฤตใด ๆ
  • แน่นอนว่าปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพิ่มขึ้นไปทั่วทุกมุมโลกจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิต รวมทั้งสิ่งแวดล้อมของประเทศจุดหมายปลายทาง อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจึงต้องมีการวางกลยุทธ์และมาตรการเพื่อลดผลกระทบเชิงลบและกระจายผลประโยชน์ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างทั่วถึง
  • การท่องเที่ยวกระจุกตัว (Overtourism) ยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมองว่า แท้จริงแล้วปัญหาอาจไม่ใช่ ‘จำนวนนักท่องเที่ยวมากเกินไป’ แต่เป็น ‘การบริหารจัดการที่น้อยเกินไป’ ต่างหาก
  • นอกจากนี้ การท่องเที่ยวยังต้องเผชิญความท้าทายหลายรูปแบบ เรียกได้ว่าเราอยู่ในสถานการณ์แบบ Polycrisis ทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ AI & Digital disruption รวมทั้งสงครามและความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์
  • เราอาจต้องทบทวนโมเดลธุรกิจและตัวชี้วัดผลสำเร็จแบบดั้งเดิม รวมทั้งต้องมีแผนรับมือต่อวิกฤตต่าง ๆ (Crisis Playbook) เพื่อให้การเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะต่อไปเป็นด้วยความยืดหยุ่นและยั่งยืน

 

 

AI โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการท่องเที่ยว

  • AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการท่องเที่ยว โดยในปี 2025 อัตราผู้ใช้ AI ในการค้นหาข้อมูลและการจองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกตลาด จากการสำรวจของ Phocuswright เมื่อเดือนกันยายน ชาวอเมริกาประมาณร้อยละ 40 ใช้ AI เพื่อช่วยในการวางแผนการท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 33 เมื่อช่วงต้นปี
  • AI ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูล รวมทั้งการแสดงข้อมูล ดังนั้นหากผู้ประกอบการหรือแหล่งท่องเที่ยวไม่ปรับตัวให้พร้อมสำหรับ AI อาจทำให้ Visibility ลดลงอย่างมาก กล่าวได้ว่า AI เป็นมากกว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์เสริม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยวในระยะต่อไป
  • เมื่อนักท่องเที่ยวสามารถค้นหาข้อมูลจาก AI ได้ด้วยการพูดคุยแบบธรรมชาติ ผลที่ตามมาคือการระบุความต้องการที่เจาะจงมากกว่าเดิมและความคาดหวังการตอบสนองแบบเฉพาะบุคคล กล่าวได้ว่า AI จะเปลี่ยนให้อนาคตของการท่องเที่ยวเป็นแบบ Hyper-Personalization หรือ Segment of One ซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้โอกาสจาก AI ในการส่งมอบบริการที่ ‘ตรงใจ’ นักท่องเที่ยวได้ด้วยเช่นกัน
  • อีกโอกาสหนึ่งจากการเข้ามาของ AI คือทำให้เกิด Direct traffic ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือ DMC มีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรงโดยไม่ต้องอาศัยแพลตฟอร์มกลาง เช่น OTA ในการขาย อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญมาก ๆ คือการสร้างความมั่นใจ (Trust) ให้กับผู้บริโภคว่าทุกขั้นตอนของ Transaction มีความมั่นคงปลอดภัย

 

 

รับมือ Overtourism โดยใช้ส่วนแบ่งตลาดใหม่ ๆ

  • การท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ๆ อาทิ Nature tourism หรือ Workation/Remote Work เป็นอีกวิธีการในการรับมือกับ Overtourism โดยสามารถกระจายนักท่องเที่ยวออกไปจากพื้นที่เมืองหลักอันแสนแออัดและวุ่นวาย รวมทั้งเป็นโอกาสในการกระตุ้นการเดินทาง Off-season อีกด้วย
  • การท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือ Nature tourism กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่ม Gen Z โดย Airbnb รายงานว่า ร้อยละ 75 ของการค้นหาบนแพลตฟอร์มเมื่อปีที่ผ่านมาเป็นการค้นหาที่พักในพื้นที่ Rural area ห่างไกลจากเมืองหลัก นอกจากนี้ การจองกว่า 60% ก็เป็นพื้นที่นอกเมืองหลักเช่นกัน โดยมาจากความต้องการหาพื้นที่เงียบสงบ หลบหนีความวุ่นวาย และอยากสัมผัสธรรมชาติของชาว Gen Z นั่นเอง
  • Workation เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในกลุ่ม Gen Y-Z ที่ประกอบอาชีพ Freelance หรือ Remote work ทั้งแบบเดินทางเดี่ยว หรือเป็นบริษัทที่มองหาพื้นที่จัดกิจกรรมสัมมนาแบบใหม่ ๆ แบบ Team Coworkation ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับพื้นที่ที่ต้องการกระตุ้นการเดินทางนอกฤดูกาลและขยายวันพักเฉลี่ยในพื้นที่
  • อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เช่น อินเตอร์เน็ตที่เสถียร ความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าถึง ยังมีความจำเป็นต่อการขยายการเดินทางเข้าสู่พื้นที่เมืองรอง จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดทิศทางและนโยบายในการส่งเสริมตลาดโดยหน่วยงานเจ้าของพื้นที่อย่างแท้จริง

 

High-Value Potential (ขยายนิดเพิ่มมูลค่ามาก)

  • MICE หรือการเดินทางเพื่อประชุมสัมมนา (Meeting, Incentive, Convention, Exhibition) เป็นกลุ่มตลาดที่สร้างรายได้สูงที่สุดกลุ่มหนึ่งของภาคการท่องเที่ยว ตัวอย่างเช่น ในปี 2024 งาน ITB Berlin สามารถสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นสูงถึง 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2026 คาดว่าการใช้จ่ายของการเดินทางเพื่อธุรกิจทั่วโลกจะสูงขึ้นอีก 8.1%
  • การท่องเที่ยวสำราญทางน้ำ (Cruise) เป็นอีกหนึ่ง Segment ที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง โดยมีส่วนแบ่งตลาดขนาดเล็ก (ร้อยละ 2.7 ของการท่องเที่ยวทั้งหมด) แต่เติบโตสูงกว่าเฉลี่ย และมีการใช้จ่ายต่อคนค่อนข้างสูง โดยในปี 2024 นักท่องเที่ยว Cruise มีการใช้จ่ายทั้งสิ้น 29 พันล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก
  • Longevity Stays เป็นตลาดขนาดเล็กเมื่อเทียบกับ Wellness กลุ่มอื่น ๆ (มีมูลค่า 43 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025) แต่มีโอกาสเติบโตสูงตามโครงสร้างประชากรโลกที่มีผู้สูงวัย Silver Age เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยคาดว่าภายในปี 2050 ประชากร 1 ใน 6 ของโลกจะมีอายุ 65 ขึ้นไป ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเดินทางเพื่อดูแลรักษาสุขภาพแบบองค์รวม
  • Regenerative Luxury จะว่าไปแล้ว คำว่า ‘มูลค่า’ หรือ Value จริง ๆ นั้นแปลว่าอะไร สำหรับผู้ให้บริการกลุ่ม Luxury Hospitality นิยามของคำว่า Luxury กำลังจะเปลี่ยนผ่านจากการมีสิ่งของวัตถุ (Materialism) ไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและมีความหมาย (Meaningful experience) ซึ่งภาคการท่องเที่ยวต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยเหล่านี้

Share This Story !

Published On: 11/04/2026,2.8 min read,Views: 309,

Related projects

  • TTM TALK 2019 ‘Fun at Any Cost? Tourism vs. Environment’

  • สัมภาษณ์พิเศษ ‘พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท’ ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน)

  • สรุปสาระสำคัญ จากการสัมมนาภายในงาน ITB Berlin 2019