สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ (เดือนเมษายน-มิถุนายน 2568)

 

จัดทำโดย งานวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ กองกลยุทธ์การตลาด ททท. 

วันที่ 27 มิถุนายน 2568

 

ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ เดือนเมษายน-มิถุนายน 2568

 

สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 7.17 ล้านคน ลดลงร้อยละ 12 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 3.12 แสนล้านบาท ลดลงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2567 โดยทั้งจำนวนและรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถฟื้นตัวกลับมาประมาณร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับจำนวนและรายได้ที่ไทยเคยได้รับในช่วงเดียวกันของปี 2562 และเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกปี 2568 (เดือนมกราคม-มีนาคม 2568) ลดลงร้อยละ 25 เนื่องจากเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวไทย Low Season และตลาดหลักเอเชียทุกตลาดลดลงต่อเนื่อง

สรุปสถานการณ์แต่ละภูมิภาคดังนี้

 

ภูมิภาคอาเซียน

 

ภาพรวมภูมิภาคอาเซียน จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ลดลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 โดยสามารถแบ่งกลุ่มตลาดได้ดังนี้ 

  • ตลาดที่มีการเติบโตดี ได้แก่ เมียนมา (เพิ่มขึ้นร้อยละ 21) ฟิลิปปินส์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 33) สอดคล้องกับการขยายเส้นทางบินใหม่ของสายการบิน Cebu Pacific ในเส้นทางอีโลอีโล-กรุงเทพฯ 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ในพื้นที่รองเดินทางมาไทยมากขึ้น รวมทั้งจำนวนที่นั่งโดยสารเครื่องบินจากฟิลิปปินส์ ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2568 รวม 280,350 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากช่วงเดียวกันปี 2567 
  • ตลาดที่มีการหดตัว ได้แก่ เวียดนาม (ลดลงร้อยละ 39) กัมพูชา (ลดลงร้อยละ 35) และลาว (ลดลงร้อยละ 22) อินโดนีเซีย (ลดลงร้อยละ 10) มาเลเซีย (ลดลงร้อยละ 7) และสิงคโปร์ (ลดลงร้อยละ 4) จากการแข่งขันแย่งชิงนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ จีน อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจาก 10 ประเทศในอาเซียน สามารถเดินทางเข้าเขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสองปันนา ในมณฑลยูนนานของจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่า หากเดินทางเป็นคณะตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป กับบริษัทท่องเที่ยวที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานการท่องเที่ยวของจีน มีผลวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป สอดคล้องกับจำนวนที่นั่งโดยสารเครื่องบินจากตลาดอาเซียนเข้าจีน ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะมาเลเซีย (เติบโตร้อยละ 23) เวียดนาม (เติบโตร้อยละ 35) อินโดนีเซีย (เติบโตร้อยละ 13) และสิงคโปร์ (เติบโตร้อยละ 3) ตามลำดับ 
  • ข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา : หลังเหตุปะทะชายแดนที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 กัมพูชาระงับการนำเข้าสินค้าไทยและรณรงค์ห้ามใช้สินค้าไทย รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวมาไทย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวกัมพูชา ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ลดลงร้อยละ 35 จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา 

 

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาพรวมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เผชิญปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการหดตัวในทุกตลาด ได้แก่ จีน (ลดลงร้อยละ 46) ฮ่องกง (ลดลงร้อยละ 34) เกาหลีใต้ (ลดลงร้อยละ 27) ไต้หวัน (ลดลงร้อยละ 27) และญี่ปุ่น (ลดลงร้อยละ 3) ทั้งประเด็นภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยของไทย ความนิยมเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้ที่สะดวกขึ้น และการจัด Event ระดับโลกของต่างประเทศ ส่งผลต่อภาพรวมนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือที่เดินทางเข้าไทย ทั้งด้านจำนวนและรายได้ ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ลดลงร้อยละ 37 และลดลงร้อยละ 39 ตามลำดับ ดังนี้

  • ภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวในไทยที่ต้องใช้เวลาเร่งฟื้นฟู แม้ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางเข้าประเทศไทยของนักท่องเที่ยวจีนยังคงหดตัวจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ททท. และภาคเอกชนทั้งในประเทศไทยและจีนเดินหน้าจัดกิจกรรม “สวัสดี หนีห่าว” เพื่อส่งเสริมการเดินทางเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน และมุ่งเน้นการสร้างปัจจัยที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวจีน โดยเชิญสื่อมวลชน KOL และเอเย่นต์จากจีน นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลทุเรียน จังหวัดระยอง และเส้นทางอื่น ๆ ได้แก่ กรุงเทพฯ อยุธยา ระยอง นครปฐม และพัทยา เพื่อชมความสวยงามของวัดวาอารามไทย ทำกิจกรรมด้านความยั่งยืน และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยสื่อต่าง ๆ ที่เข้ามาร่วมเส้นทางท่องเที่ยวจะนำเสนอภาพการท่องเที่ยวเที่ยวไทยออกไป คาดว่าจะช่วยให้เกิดการรับรู้และการขายเที่ยวไทยได้มากขึ้น
  • การเดินทางที่สะดวกขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย นักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เช่น ลาวและเวียดนาม เนื่องจากความสะดวกในการเดินทางเข้าถึง การพัฒนาการคมนาคมทางบกและราคาที่จับต้องได้ โดย 
  • เวียดนาม: ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนราว 1.95 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 156 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 การเพิ่มเที่ยวบินตรงและเที่ยวบินเช่าเหมาลำระหว่างจีนและเวียดนาม ทำให้การเดินทางรวดเร็วและคุ้มค่ามากขึ้น นอกจากนี้ค่าครองชีพที่ต่ำกว่าของเวียดนามก็เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว
  • ลาว: รถไฟลาว-จีน เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในไตรมาสแรกของปี 2568 (มกราคม-มีนาคม) ลาวต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน 330,531 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยรถไฟจีน-ลาวให้บริการผู้โดยสารไปแล้ว 124,000 เที่ยว (ครั้ง) ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวด้วยเส้นทางนี้
  • การจัด Event ระดับโลกของต่างประเทศในเดือนเมษายน ช่วงเวลาเดียวกับการจัดงานสงกรานต์ของไทย ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศตนเองและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเอเชีย กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและกลุ่มผู้ชื่นชอบท่องเที่ยวไปพร้อมกับการเข้าร่วมกิจกรรม/ชมคอนเสิร์ตศิลปินในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เป็นต้น
  • สหรัฐอเมริกา: เทศกาลดนตรีและศิลปะ Coachella 2025 แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมี DJ และไอคอนระดับโลกเข้าร่วมการแสดง อาทิ Lady Gaga และ Post Malone ศิลปิน K-POP – Lisa และ Jennie แห่ง BLACKPINK และ ENHYPEN การเปิดตัวของ XG วงเกิร์ลกรุ๊ปญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 11-20 เมษายน 2568
  • ญี่ปุ่น: งานมหกรรมโลกโอซาก้า 2025 (Osaka World Expo 2025) เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น จัดพิธีเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน – 13 ตุลาคม 2568

 

ภูมิภาคยุโรป (รวมอิสราเอล)

ภาพรวมภูมิภาคยุโรป เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นสูงในเดือนเมษายน-มิถุนายน 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีที่ผ่านมา โดยแบ่งกลุ่มตลาดได้ดังนี้

  1. ตลาดที่มีการเติบโตดีสูงกว่าภาพรวมภูมิภาคยุโรป ได้แก่ อิตาลี (เพิ่มขึ้นร้อยละ 31) อิสราเอล (เพิ่มขึ้นร้อยละ 29) เยอรมนี (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22) สหราชอาณาจักร (เพิ่มขึ้นร้อยละ 21) สเปน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 16) และยุโรปตะวันออก (เพิ่มขึ้นร้อยละ 14) 
  2. ตลาดที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นปานกลาง ได้แก่ ฝรั่งเศส (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7) เนเธอร์แลนด์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6) และรัสเซีย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5) 
  3. ตลาดที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้น แต่จำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเท่าช่วงก่อนวิกฤตโรคระบาด
    มีสัดส่วนฟื้นตัวเฉลี่ยร้อยละ 80 ของช่วงเดียวกันปี 2562 ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13) สวีเดน (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13) ฟินแลนด์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 11) นอร์เวย์ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 10) เดนมาร์ก (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8) เบลเยียม (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6) และออสเตรีย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4) 

 

ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง มีดังนี้

  • กระแสความสนใจประเทศไทยหลังการออนแอร์ซีรีส์ The White Lotus season 3 แหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรป โดยเฉพาะยอดการค้นหาและจองทริปเกาะสมุยเพิ่มขึ้น 70-115% และยอดจองตั๋วเครื่องบินและที่พักในเกาะสมุยเพิ่มขึ้น 30% (ข้อมูลจาก Bangkok Post) สอดคล้องกับข้อมูลการจองบัตรโดยสารเครื่องบินล่วงหน้ามายังประเทศไทยในระบบ ForwardKeys ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 โดยเฉพาะยอดจองฯ จุดหมายท่องเที่ยวที่ถ่ายทำในซีรีส์ดังกล่าว อาทิ กระบี่ ร้อยละ 60 ภูเก็ต ร้อยละ 33 กรุงเทพฯ ร้อยละ 24 และเกาะสมุย ร้อยละ 20
  • เทศกาล/วันหยุดปิดภาคเรียน เป็นแรงเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์ Easter Holiday วันที่ 18-21 เมษายน 2568 วันหยุดสำคัญ “Passover” สำหรับชาวอิสราเอล วันที่ 12-20 เมษายน 2568 ผนวกกับวันหยุดปิดภาคเรียน School Holidays ช่วงวันที่ 24 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 โดยในช่วงวันหยุดอีสเตอร์นี้ มีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษกว่า 2.2 ล้านคน เดินทางไปต่างประเทศ ถือเป็นช่วงที่มีจำนวนคนเดินทางมากที่สุดช่วงหนึ่งของปี โดยมีจุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ สเปน หมู่เกาะ Canary Islands กรีซ ตุรกี และประเทศไทย (ข้อมูลจากสมาคมการท่องเที่ยว ABTA (Associated British Travel Agents)
  • จำนวนที่นั่งโดยสารเครื่องบินจากภูมิภาคยุโรปเข้าไทย เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน
    ปี 2567 หรือมีจำนวนที่นั่งรวม 5.7 แสนที่นั่ง โดยหลายประเทศในยุโรปเพิ่มเที่ยวบินตรงเข้าไทย 

    • เปิดเส้นทางบินใหม่ อาทิ สายการบิน Alitalia เส้นทางอิตาลี-กรุงเทพฯ 

สายการบิน Condor เส้นทางแฟรงก์เฟิร์ต-กรุงเทพฯ และภูเก็ต

สายการบิน British Airways เส้นทางลอนดอน-กรุงเทพฯ

สายการบิน Air Celedonie International เส้นทางปารีส-กรุงเทพฯ

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง มีดังนี้

  • ผลกระทบความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่ยกระดับความรุนแรงขึ้น ในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ส่งผลต่อบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวโดยตรงในพื้นที่ที่มีการสู้รบในช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะตลาดอิสราเอล รัฐบาลยกระดับข้อจำกัดการเดินทางเข้า-ออกประเทศ การปิดน่านฟ้า การระงับเที่ยวบินชั่วคราว ส่งผลให้สายการบิน El Al Airlines ระงับเที่ยวบินตรงเข้าไทย ในเส้นทางกรุงเทลอาวีฟ-กรุงเทพฯ และเส้นทางกรุงเทลอาวีฟ-ภูเก็ต ทำให้จำนวนที่นั่งเครื่องบินเข้าประเทศไทยหายไปจำนวน 518 ที่นั่ง/วัน 

 

ทั้งนี้ ตลาดอิสราเอลมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีอัตราการเติบโตสูงถึงร้อยละ 76 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา จึงทำให้ภาพรวมสถานการณ์ตลาดอิสราเอลเข้าไทย ในช่วงเมษายน-มิถุนายน 2568 ยังคงอยู่ในแดนบวก 

 

ภูมิภาคอเมริกา

ภาพรวมภูมิภาคอเมริกา ทั้งด้านจำนวนและรายได้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 ซึ่งตลาดดาวรุ่งในภูมิภาคอเมริกาที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตสูงจากปีที่ผ่านมา ได้แก่ อาร์เจนตินา (เพิ่มขึ้นร้อยละ 25) บราซิล (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12) ส่วนตลาดหลักสหรัฐอเมริกา (เพิ่มขึ้นร้อยละ 3) และแคนาดา (ลดลงร้อยละ 0.1) 

ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง 

  • จุดหมายท่องเที่ยว “กรุงเทพมหานคร” ประเทศไทย ติดอันดับ 5 ใน Top Trending Global Destinations ฤดูร้อนปี 2568 จากรายงานสำรวจ booking.com โดยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอเมริกานิยมค้นหาที่พักแปลกใหม่ พร้อมความสะดวกสบาย และเป็นเอกลักษณ์ 
  • กิจกรรมส่งเสริมการตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูง Health & Wellness ของ ททท. เพิ่มโอกาสสร้างการรับรู้ประเทศไทยและกระตุ้นให้เกิดการขายไปยังกลุ่มเป้าหมายในภูมิภาคอเมริกา จากการจัดกิจกรรม Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2025 เวทีเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ สำหรับสินค้าบริการทางการท่องเที่ยวกลุ่ม Health and Wellness ของไทย พร้อมจัดเส้นทางสำรวจ ทดสอบสินค้าและบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทยกับผู้ประกอบการต่างชาติ ไปยังพื้นที่ศักยภาพ อาทิ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ หัวหิน นครปฐม กาญจนบุรี พัทยา ปราจีนบุรี เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงา กระบี่ และเขาใหญ่ (นครราชสีมา) ได้แก่ Pre Trip ในวันที่ 21-24 เมษายน 2568 และ Post Trip ในวันที่ 26-29 เมษายน 2568  

 

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรค

  • ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศของทรัมป์ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดแคนาดา
    มีสัญญาณนักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางเข้าไทยหลังจากทรัมป์เริ่มมาตรการภาษีตอบโต้ จำนวนนักท่องเที่ยวแคนาดาเข้าไทยในเดือนเมษายน ลดลงร้อยละ 2 และเดือนพฤษภาคม ลดลงร้อยละ 5 ส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลแคนาดาสนับสนุนการบริโภคและการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น จากการใช้แคมเปญ Buy Local และกระตุ้นให้ประชาชน “เลือกซื้อสินค้าในประเทศ ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย” 

 

ภูมิภาคเอเชียใต้

ภาพรวมภูมิภาคเอเชียใต้ เป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ที่มีอัตราการเติบโตดี ทั้งด้านจำนวนและรายได้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567

ตลาดหลัก “อินเดีย” ครองสัดส่วนร้อยละ 86 ของจำนวนนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียใต้ เป็นตลาดศักยภาพที่เติบโตดีอย่างต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปี 2567 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 15) และมีจำนวนและรายได้จากนักท่องเที่ยวสูงติดอันดับ 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2568

ตลาดขนาดเล็กในภูมิภาคนี้ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 ได้แก่
ศรีลังกา เพิ่มขึ้นร้อยละ 86 ปากีสถาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 และเนปาล เพิ่มขึ้นร้อยละ 11

ตลาดที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ “เนปาล” มีสัดส่วนฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ร้อยละ 76 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2562 ในขณะที่ตลาดอื่นในภูมิภาคนี้มีสัดส่วนฟื้นตัวสูงกว่าปี 2562 อย่างไรก็ตาม ตลาดเนปาลยังคงมีสัญญาณการฟื้นตัวค่อนข้างดี จากปัจจัยด้านความถี่เที่ยวบินและจำนวนที่นั่งโดยสารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเดินทางของตลาดที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาเข้าใกล้จำนวนที่ไทยเคยได้รับในปี 2562

ตลาดที่ยังคงมีแนวโน้มชะลอตัว “บังกลาเทศ” มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง นับตั้งแต่เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในช่วงปี 2567 ทำให้แนวโน้มการเดินทางออกนอกประเทศลดลง นอกจากนี้บังกลาเทศยังเป็นประเทศที่มีการใช้เอกสารปลอมในการยื่นขอวีซ่าค่อนข้างมากและมีการใช้แรงงานแฝงยื่นขอวีซ่าผิดประเภท ดังนั้นหลังประกาศใช้ E-Visa ของไทย การพิจารณาออกวีซ่าให้แก่ชาวบังกลาเทศจึงทำได้น้อยลงมากกว่าร้อยละ 50 เนื่องจากการตรวจสอบเอกสารผ่านรูปแบบดิจิทัลทำได้ยากขึ้นและใช้เวลาในการพิจารณาออกวีซ่านานขึ้น

ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง มีดังนี้

  1. เศรษฐกิจอินเดียขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 อินเดียจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.2 ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงสุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (ข้อมูลจาก IMF) ผนวกกับในเดือนเมษายน นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยและเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BIMSTEC ทำให้ชาวอินเดียเกิดความมั่นใจในการเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
  2. “ประเทศไทย” ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอินเดีย โดยข้อมูลจากระบบ ForwardKeys ระบุว่า ไทยติดอันดับ 3 จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอินเดียเลือกเดินทางมามากที่สุด รองจากสหรัฐอเมริกาและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตามลำดับ ประกอบกับช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 เป็นช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน (School Holidays) ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงประเทศไทย 
  3. มาตรการยกเว้นวีซ่า (Visa Exemption) เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ และการทำงานระยะสั้น ช่วยให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทยได้ง่ายขึ้น อีกทั้งการส่งเสริมการขายของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร ช่วยสร้างการรับรู้และกระตุ้นการเดินทางเข้าไทยจากการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Leisure Luxury Golf และ Health & Wellness
  4. จำนวนที่นั่งโดยสาร (Seat Capacity) และเส้นทางบินใหม่ 
  • Seat Capacity มีจำนวน 1,218,138 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 19 จากปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤต Covid-19
  • เส้นทางบินใหม่เข้าไทยจากตลาดอินเดีย เส้นทางโคจิ-ภูเก็ต โดยสายการบิน Thai AirAsia
    จำนวน 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง มีดังนี้

    1. การส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศคู่แข่งในเอเชีย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอินเดียให้เดินทางเข้าประเทศคู่แข่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมาเลเซีย (เพิ่มขึ้นร้อยละ 37) ญี่ปุ่น (เพิ่มขึ้นร้อยละ 36) และเวียดนาม (เพิ่มขึ้นร้อยละ 29) รวมทั้งขึ้นแท่นนักท่องเที่ยวหลักของประเทศดังกล่าวจากการติดอันดับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดปี 2568 (มกราคม-เมษายน 2568) โดยอยู่ในอันดับ 5 ของสิงคโปร์และมาเลเซีย อันดับ 8 ของเวียดนาม และอันดับ 11 ของญี่ปุ่น
  • ผลกระทบของความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน อาจส่งผลกระทบทางการค้าของอินเดีย เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างฉับพลันจากการปิดเส้นทางขนส่งทางบกของปากีสถานที่เชื่อมต่อกับอินเดีย ทำให้ผู้บริโภคต้องรับภาระราคาสินค้าที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จนอาจต้องลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นรวมถึงการเดินทางท่องเที่ยว

 

ภูมิภาคโอเชียเนีย

ภาพรวมภูมิภาคโอเชียเนีย มีอัตราการเติบโตดีทั้งด้านจำนวนและรายได้ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปี 2567 และฟื้นตัวกลับมาสูงกว่าปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤต Covid-19

ตลาดหลัก “ออสเตรเลีย” และ ตลาดนิวซีแลนด์ ยังคงเติบโตดีต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันปี 2567 ทั้งด้านจำนวนและรายได้ โดยทั้งสองตลาดมีจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวกลับมาสูงกว่าปี 2562

ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง มีดังนี้

  • นักท่องเที่ยวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นในปี 2568
    • ออสเตรเลีย: ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียระบุว่า แนวโน้มการเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร โดยประเทศในแถบเอเชียเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด สอดคล้องกับข้อมูลจากระบบ ForwardKeys ที่ระบุว่า TOP 3 จุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น โดยประเทศไทยติดอันดับ 8 อีกทั้งการสร้างการรับรู้จากการส่งเสริมการขายของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร ช่วยกระตุ้นการเดินทางเข้าไทย อาทิ มุ่งส่งเสริมการเดินทางของกลุ่ม First Visit และกลุ่มความสนใจพิเศษ เช่น Health & Wellness และกลุ่มกิจกรรมเชิงกีฬา (กอล์ฟ ดำน้ำ และปั่นจักรยาน)
    • นิวซีแลนด์: ข้อมูลผลการวิจัยของ NZ Herald ระบุว่า การวางแผนเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยประเทศออสเตรเลียและประเทศในแถบเอเชียเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากระบบ ForwardKeys ที่ระบุว่า จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวนิวซีแลนด์เลือกเดินทางมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ออสเตรเลีย ฟีจี และจีน โดยประเทศไทย ติดอันดับ 14
  1. จำนวนที่นั่งโดยสาร (Seat Capacity) มีจำนวน 268,853 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 จากช่วงเดียวกันในปี 2567 และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 จากปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤต Covid-19

 

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง มีดังนี้

  1. ความนิยมเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวหลักของนักท่องเที่ยวออสเตรเลีย และมีแนวโน้มสูงขึ้นในปี 2568 โดยจากผลสำรวจของ Roy Morgan ระบุว่า นักท่องเที่ยวออสเตรเลียวางแผนเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ เพิ่มขึ้นร้อยละ 52
  2. ผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติในออสเตรเลีย อาทิ น้ำท่วมใหญ่ พายุไซโคลน และคลื่นยักษ์บริเวณชายฝั่งออสเตรเลีย ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การวางแผนเดินทางท่องเที่ยวหยุดชะงัก

 

ภูมิภาคตะวันออกกลาง

ภาพรวมภูมิภาคตะวันออกกลาง ในช่วงเดือน เมษายน-มิถุนายน 2568 มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567

ตลาดหลัก “ซาอุดีอาระเบีย” (เพิ่มขึ้นร้อยละ 9) “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” (เพิ่มขึ้นร้อยละ 11) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2567 

 

ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง มีดังนี้

  • การเดินทางท่องเที่ยวหลังฤดูถือศีลอด (รอมฎอน) วันหยุด Eid al-Adha และ School Break ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เอื้อให้นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เดินทางเป็นกลุ่มครอบครัว เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป
  • การหลีกหนีสภาพอากาศร้อนจัดในประเทศตนเอง ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม หลายประเทศในแถบตะวันออกกลางมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ระหว่าง 34-40 องศาเซลเซียส และอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาในช่วงกลางวัน ผลักดันให้นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางต้องการเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างประเทศที่มีสภาพอากาศดีกว่า เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ 
  • การส่งเสริมการตลาดเชิงรุกในภูมิภาคตะวันออกกลางของ ททท. โดยเฉพาะการร่วมงานส่งเสริมการขาย Arabian Travel Market (ATM) 2025 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และการจัดกิจกรรม Amazing Thailand Post ATM Roadshow 2568 ในวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงริยาด เมืองดัมมัม ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และเมืองโดฮา รัฐกาตาร์ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการการท่องเที่ยวไทย และจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจและสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสของประเทศไทยในการเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกลางที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะกลุ่ม Wellness และกลุ่ม Luxury 

 

ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง มีดังนี้

  • การสู้รบระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน เป็นเหตุให้สายการบินในตะวันออกกลาง อาทิ Emirates, Etihad Airways, flydubai, Air Arabia, Qatar Airways ฯลฯ จำเป็นต้องระงับเที่ยวบิน เปลี่ยนแปลงเส้นทางบินหรือยกเลิกเที่ยวบินบางเส้นทางไปยังอิสราเอล อิหร่าน อิรัก และจอร์แดน เนื่องจากการประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราว โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของเดือนมิถุนายน โดยมีผลกระทบดังนี้ 
  • ผลกระทบเชิงลบทางจิตวิทยาต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภายในภูมิภาค 
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้นจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนเส้นทางบินที่ยาวขึ้นจากการบินอ้อมของสายการบินระหว่างประเทศ ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการเดินทาง
    ออกนอกประเทศดังกล่าว 
  • ผลกระทบทางอ้อมต่อนักท่องเที่ยวในการเดินทางมายังประเทศไทย ทำให้ไทยเสียโอกาสในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศ GCC (ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต กาตาร์ บาห์เรน) ในช่วงปลายไตรมาสซึ่งถือเป็นช่วง Peak ของวันหยุด Eid Al-Adha ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากวางแผนเดินทางในช่วงนี้

 

ภูมิภาคแอฟริกา

ภาพรวมภูมิภาคแอฟริกา ทั้งจำนวนและรายได้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2567 โดย ตลาดหลัก “แอฟริกาใต้” มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยประมาณ 1.6 หมื่นคน หดตัวร้อยละ 5 ในขณะที่ตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคแอฟริกา มีจำนวนประมาณ 2.8 หมื่นคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 49 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 

ปัจจัยสนับสนุนการเดินทาง ดังนี้

  • วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ สะท้อนถึงความสนุกสนานและความแตกต่างจากบรรยากาศในภูมิภาคแอฟริกา ถือเป็นกิจกรรมวัฒนธรรมที่แปลกใหม่ที่มีกระแสจากสื่อโซเชียลและบริษัททัวร์ในแอฟริกา
  • ความคุ้มค่าในการเดินทางมาท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศไทย อาทิ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ที่ถูกกว่าประเทศท่องเที่ยวอื่น ๆ 

กระแสความนิยมท่องเที่ยวไทยตามรอยอินฟลูเอนเซอร์ จากการเผยแพร่คลิป/คอนเทนต์เกี่ยวกับประเทศไทยทางโซเชียลมีเดีย และบล็อกเกอร์ชาวแอฟริกาที่เคยมาประเทศไทยได้มีการแชร์ประสบการณ์ที่ได้พบเจอผ่านช่องทางโซเชียลต่าง ๆ หรือจาก Hashtag ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก โดยผ่านช่องทาง TikTok/YouTube เช่น #blacktravelerinthailand #africansinbangkok #solotravelasia อีกทั้งการแสดงความคิดเห็นเชิงบวกในคลิปต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวแอฟริกาให้ความสนใจและเชื่อมั่นที่จะเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยจากคลิปที่บล็อกเกอร์แชร์ออกไป

 

Share This Story !

4.6 min read,Views: 1058,

Related projects

  • ¡Hola! Spanish Travelers

    สิงหาคม 29, 2025

  • ‘เรื่องเล่น’ เรื่องเล็กน้อยมหาศาล

    สิงหาคม 29, 2025

  • ‘DESERT SUPERCITY’ มหานคร แห่งทะเลทราย

    สิงหาคม 29, 2025