สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดในประเทศ (เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568)

จัดทำโดย งานวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ กองกลยุทธ์การตลาด ททท.

วันที่ 5 มกราคม 2569

 

 

 

 

ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดในประเทศ เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568

สถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดในประเทศภาพรวมเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568 มีการเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 52.68 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 307,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยว 55 เมืองน่าเที่ยวมีอัตราการเติบโตที่ลดลงทั้งจำนวนและรายได้อยู่ที่ร้อยละ 1 โดยมีสัดส่วนจำนวนอยู่ที่ 39% และรายได้ 26% 

 ปัจจัยสนับสนุน

  1. มาตรการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวจากภาครัฐ อาทิ โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” (4 ก.ค.-30 ต.ค. 68) มาตรการลดหย่อนภาษี “เที่ยวดีมีคืน 2568” (29 ต.ค.-15 ธ.ค.68) ซึ่งช่วยกระตุ้นการเดินทางเข้าสู่พื้นที่และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว
  2. มีวันหยุดยาวหลายช่วง อาทิ วันนวมินทรมหาราช วันพ่อแห่งชาติ วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
  3. กิจกรรมส่งเสริมการตลาดของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ งานเผาเทียน เล่นไฟ ลอยกระทง 2025 งาน Vijit Chao Phraya 2025 งาน NASATTA LIGHT FESTIVAL WINTER ILLUMINATION 2026 งาน Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 งาน Amazing Thailand Countdown 2026 ในพื้นที่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว
  4. เส้นทางท่องเที่ยวด้วยขบวนรถไฟ KIHA 183 เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์)

ปัจจัยอุปสรรค

  1. ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ หนี้ครัวเรือนสูง
  2. อุทกภัย 9 จังหวัดภาคใต้ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลาที่ได้รับผลกระทบหนัก
  3. ปัญหาความไม่สงบ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์สระแก้ว จันทบุรี และตราด) ส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย นักท่องเที่ยวบางส่วนเกิดความกังวลและหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าจังหวัดชายแดนดังกล่าว รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง

สถานการณ์ท่องเที่ยวรายภูมิภาคเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2568 คาดว่า กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง (รวมภาคตะวันตก) และภาคเหนือมีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยเป็นการเติบโตด้านจำนวนเป็นหลัก ขณะที่ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเติบโตที่ลดลง ซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชาและอุทกภัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

กรุงเทพมหานคร

คาดว่า มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนประมาณ 9.27 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 สร้างรายได้หมุนเวียน 76,220 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2567

ปัจจัยสนับสนุน

  • มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศจากภาครัฐ ได้แก่ โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” โดยมีการใช้สิทธิ์จองที่พักในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงเดือนตุลาคม 2568 จำนวน 3,054 สิทธิ์ มีมูลค่าการใช้จ่ายรวม 12.38 ล้านบาท (ที่มา: ข้อมูลพฤติกรรมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของคนไทยจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ปี 2568 (เดือนต.ค.) จากงานระบบสารสนเทศองค์กร ณ วันที่ 25 พ.ย.68) มาตรการภาษี “เที่ยวดี มีคืน 2568” และ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และคาดว่าจะเป็นแรงหนุนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศ
  • การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ เทศกาลประจำปี Songwat Week 2025 คอนเสิร์ต BLACKPINK WORLD TOUR IN BANGKOK ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน (วันที่ 24-26 ต.ค.68) งาน AMAZING THAILAND MARATHON BANGKOK 2025 (30 พ.ย. 68) มีนักวิ่งจากทั่วโลกลงทะเบียนเข้า ร่วมงานกว่า 48,000 คน ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาท (ที่มา: https://mgronline.com) งาน Vijit Chao Phraya 2025 งานเทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ปีที่ 11 “สีสันวันเพ็ญ” (Bangkok River Festival 2025 ( 3-5 พ.ย. 68) และ Amazing Thailand Countdown 2026 (27-31 ธ.ค.68) ณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม “Centralworld Bangkok Countdown 2026″  “One Bangkok Countdown Celebration 2026” และ “Neon Countdown 2026” การจัดแสดง POP LAND EXCLUSIVE FESTIVE EVENT IN THAILAND @Siam Paragon & Siam Center (11 พ.ย.-11 ม.ค.69)
  • การเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ของประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ที่มีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.68 เป็นต้นมา

ปัจจัยอุปสรรค

ภาวะเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางรายได้ และหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้นักท่องเที่ยวมีกำลังซื้อน้อยลง 

 

ภาคกลาง (รวมภาคตะวันตก)

คาดว่า จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 15.68 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยว 52,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2567

 ปัจจัยสนับสนุน

  • มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศจากภาครัฐ ได้แก่ โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” (4 ก.ค.–31 ต.ค. 68) ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวในพื้นที่ภาคกลาง (รวมภาคตะวันตก) สะท้อนจากจำนวนการใช้สิทธิ์จองห้องพักเดือนตุลาคมรวม 24,542 สิทธิ์ (24,542 คืน) สำหรับจังหวัดที่มียอดจองที่พักสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม สำหรับการใช้จ่ายในพื้นที่ที่พบว่า ภาคกลาง (รวมภาคตะวันตก) มี 5 จังหวัดที่ติด 10 อันดับจังหวัดปลายทางที่มีการใช้จ่ายมากที่สุดในเดือนตุลาคม ได้แก่ เมืองหลัก : ประจวบคีรีขันธ์ (34 ล้านบาท) เพชรบุรี (24 ล้านบาท) และ กาญจนบุรี (13 ล้านบาท) เมืองน่าเที่ยว : ราชบุรี (14 ล้านบาท) และสมุทรสงคราม (6 ล้านบาท) (ที่มา: ข้อมูลพฤติกรรมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของคนไทยจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ปี 2568 (เดือนต.ค.) จากงานระบบสารสนเทศองค์กร ณ วันที่ 25 พ.ย.68) มาตรการภาษี “เที่ยวดี มีคืน” และ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และคาดว่าจะเป็นแรงหนุนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศ
  • การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ งาน MAHA LOI KRATHONG @Ayutthaya จ.พระนครศรีอยุธยา งานประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานวิ่ง Sangkhla Sunset Run 2025 จ.กาญจนบุรี เทศกาลดนตรี Hua Hin International Jazz Festival 2025 และงาน Christmas in the Vineyard 2025 จ.ประจวบคีรีขันธ์ งาน Nasatta Light Festival 2026: Winter Illumination จ.ราชบุรี 
  • สภาพอากาศที่หนาวเย็น เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีทะเลหมอกและแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถตั้งแคมป์ได้ อาทิ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น บ้านอีต่อง สะพานมอญ (กาญจนบุรี) แก่งคอย มวกเหล็ก (สระบุรี) สวนผึ้ง (ราชบุรี) และแก่งกระจาน (เพชรบุรี)
  • การจัดเส้นทางท่องเที่ยวด้วยรถไฟ ในวันหยุดตลอดเดือนตุลาคม-ธันวาคมขบวน Royal Blossom เส้นทางกรุงเทพฯ-เพชรบุรี เส้นทางกรุงเทพฯ-ลพบุรี (เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) และขบวนรถไฟ KIHA 183 เส้นทางกรุงเทพฯ ไปยังราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และกาญจนบุรี
  • การเปิดให้ใช้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมงถนนมอเตอร์เวย์ M81 (บางใหญ่-กาญจนบุรี) (ตั้งแต่ 31 ต.ค. 68) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง คาดว่าจะส่งผลให้จังหวัดตามแนวเส้นทางมีสถานการณ์ท่องเที่ยวคึกคักขึ้น โดยเฉพาะช่วงหยุดยาววันสิ้นปีต่อเนื่องวันขึ้นปีใหม่ 2569

ปัจจัยอุปสรรค

  • ภาวะเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางรายได้ และหนี้ครัวเรือนสูง 

 

ภาคตะวันออก

ในช่วงไตรมาสนี้ ยังคงเกิดเหตุการปะทะกันระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะที่ จ.สระแก้ว และตราด ส่งผลให้สถานการณ์ท่องเที่ยว 2 จังหวัดอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบภาพรวมของภูมิภาค คาดว่า ภาคตะวันออกมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 7.47 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ 0.2 และมีรายได้ 49,740 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2567 

ปัจจัยสนับสนุน

  • มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศจากภาครัฐ ได้แก่ โครงการ ”เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” โดยมีการใช้สิทธิ์จองที่พักในพื้นที่ภาคตะวันออกช่วงเดือน ต.ค. 68 จำนวน 35,419 สิทธิ์ สำหรับจังหวัดที่มียอดจองที่พักสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ชลบุรี ตราด จันทบุรี ระยอง และนครนายก สำหรับการใช้จ่ายในพื้นที่ที่พบว่า ภาคตะวันออกมี 4 จังหวัดที่ติด 10 อันดับจังหวัดปลายทางที่มีการใช้จ่ายมากที่สุดในเดือนตุลาคม ได้แก่ เมืองหลัก : ชลบุรี (61 ล้านบาท) ระยอง (15 ล้านบาท) เมืองน่าเที่ยว : ตราด (30 ล้านบาท) และจันทบุรี (27 ล้านบาท) (ที่มา: ข้อมูลพฤติกรรมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของคนไทยจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ปี 2568 (เดือนต.ค.) จากงานระบบสารสนเทศองค์กร ณ วันที่ 25 พ.ย.68) มาตรการภาษี “เที่ยวดี มีคืน” และ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และคาดว่าจะเป็นแรงหนุนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศ
  • การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ อาทิ งานประเพณีวิ่งควาย จ.ชลบุรี และระยอง (ต.ค.68) งานประเพณีรับบัว (หนึ่งเดียวในโลก) จ.สมุทรปราการ เทศกาลพลุนานาชาติพัทยา 2025 (28–29 พ.ย.68) เทศกาล Wonderfruit 2025 จ.ชลบุรี (11-15 ธ.ค.68) งาน “Balloon & Music Festival @เขาฉกรรจ์” จ.สระแก้ว (16-21 ต.ค.68) Huai Mahad Cowboy & Friend Fest จ.ระยอง (5-7 ธ.ค.68) ขุนด่านมาราธอน จ.นครนายก (19 ต.ค.68) งาน KHLUNG MINI MARATHON 2025 จ.จันทบุรี (24 ต.ค.68) งานเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับใหม่ 2569 อาทิ Pattaya Countdown 2026 จ.ชลบุรี (29-31 ธ.ค.68) Countdown 2026 เวโรน่าทับลาน จ.ปราจีนบุรี (31 ธ.ค.68)
  • กิจกรรมท่องเที่ยวด้วยรถไฟ ขบวนพิเศษด้วยรถจักรไอน้ำ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.68 เส้นทางกรุงเทพ–ฉะเชิงเทรา-กรุงเทพ
  • ความได้เปรียบจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้ ราคาไม่แพง และมีกิจกรรมหลากหลาย สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวคนไทยที่นิยมท่องเที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ผนวกกับเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลตะวันออก 

ปัจจัยอุปสรรค

  • ปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคงยืดเยื้อและเกิดเหตุการณ์ปะทะกันรุนแรง จ.ตราด และสระแก้ว ในช่วงต้นเดือนธันวาคม ส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่เกิดความกังวล หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าพื้นที่ และยกเลิกการจองห้องพัก
  • ภาวะเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางรายได้ และหนี้ครัวเรือนสูง

 

ภาคใต้

เนื่องจากช่วงปลายเดือนพ.ย. 68 เกิดอุทกภัย 9 จังหวัด จึงเป็นปัจจัยฉุดรั้งจำนวนและรายได้ให้มีอัตราการเติบโตที่ลดลง โดยคาดว่า มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 5.72 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ 2 และมีรายได้ 50,100 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2567 

ปัจจัยสนับสนุน

  • มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ได้แก่ โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือน ต.ค. 68 โดยมีการใช้สิทธิ์จองที่พักในพื้นที่ภาคใต้ 16,313 สิทธิ์ สำหรับจังหวัดที่มียอดจองที่พักสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ พังงา ภูเก็ต สตูล กระบี่ และนครศรีธรรมราช สำหรับการใช้จ่ายในพื้นที่ที่พบว่า ภาคใต้มี 4 จังหวัดที่ติด 10 อันดับจังหวัดปลายทางที่มีการใช้จ่ายมากที่สุดในเดือนตุลาคม ได้แก่ เมืองหลัก : พังงา (13 ล้านบาท) และภูเก็ต (10 ล้านบาท) และเมืองน่าเที่ยว : สตูล (9 ล้านบาท) และนครศรีธรรมราช (5 ล้านบาท) (ที่มา: ข้อมูลพฤติกรรมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของคนไทยจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ปี 2568 (เดือนต.ค.) จากงานระบบสารสนเทศองค์กร ณ วันที่ 25 พ.ย.68) มาตรการ “เที่ยวดี มีคืน” และ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และคาดว่าจะเป็นแรงหนุนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศ
  • การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ การจัดโปรโมชัน “Samui Secret Treasure” ด้วยการมอบส่วนลดค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน 500 บาทต่อ booking สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเข้าสมุยทุกเส้นทาง (20 ต.ค.-31 ธ.ค. 68) การจัดกิจกรรม Charming Ranong to Sea และ Charming Ranong to Sea @ Myanmar โดยมอบของที่ระลึกสุดพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวที่ซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวทะเลระนองหรือทัวร์ดำน้ำทะเลเมียนมา แบบ One Day Trip (11 ต.ค. 68-15 พ.ค. 69) การแข่งขันว่ายน้ำนานาชาติ “OCEANMAN PHANGNGA 2025” จ.พังงา มีนักกีฬาและผู้ติดตามทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 1,000 คน จาก 30 ประเทศทั่วโลก และงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของไทย Thailand Biennale Phuket 2025 ภายใต้ธีม “นิรันดร์กัลป์” จ.ภูเก็ต 
  • เทศกาลและงานประเพณีสำคัญ อาทิ การจัดกิจกรรมเรืองรองคลองร้อยสาย ลอยกระทงสายใบจาก จ.สุราษฎร์ธานี มีนักท่องเที่ยวร่วมงานไม่น้อยกว่า 1,500 คน และมีผู้ซื้อแพ็คเกจท่องเที่ยว “ล่องเรือแจว ลอยกระทงใบจากในอุโมงค์ต้นจาก กลางคลองร้อยสาย” จำนวน 564 PAX ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนประมาณ 400,000 บาท งานประเพณีถือศีลกินเจ จ.ภูเก็ต และสงขลา คาดว่าจะดึงดูดผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 382,710 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยว 4,104 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปีที่ผ่านมา (ที่มา: ระบบรายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวภายในประเทศ ฐานข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการตลาด และระบบข้อมูลแผนปฏิบัติการและการติดตามประเมินผล ณ วันที่ 9 ธ.ค.68)
  • การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลฝั่งอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง ระนอง และสตูล ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและกิจกรรมทางน้ำเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

ปัจจัยอุปสรรค

  • ภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีการใช้จ่ายสูง ทั้งราคาตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก และกิจกรรมทางการท่องเที่ยว ทำให้คนไทยเลือกเดินทางท่องเที่ยวไปภูมิภาคอื่นที่ราคาถูกกว่า หรือไปเที่ยวต่างประเทศแทน เนื่องจากความคุ้มค่าทั้งด้านราคาตั๋วเครื่องบิน และความรู้สึกที่ได้เที่ยวต่างประเทศ
  • อุทกภัยในภาคใต้ช่วงปลายเดือน พ.ย. – ธ.ค. 68 ใน 9 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล สุราษฎร์ พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ส่งผลให้โรงแรม/ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และรถโดยสารและรถไฟหยุดให้บริการชั่วคราว และหลังอุทกภัยจะต้องใช้เวลาในฟื้นฟู โดยเฉพาะอ.หาดใหญ่ จ.สงขลาได้รับผลกระทบหนักสุด และใช้เวลาการฟื้นฟูอย่างน้อย 1 เดือน
  • ภาวะเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางรายได้ และหนี้ครัวเรือนสูง 

 

ภาคเหนือ

คาดว่า มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและรายได้ โดยมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 6.94 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และมีรายได้ 53,040 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปี 2567 

ปัจจัยสนับสนุน

  • มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศจากภาครัฐ ได้แก่ โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” (4 ก.ค. – 31 ต.ค. 68) ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ สะท้อนจากจำนวนการใช้สิทธิ์จองห้องพักเดือนตุลาคมรวม 18,685 สิทธิ์ (18,685 คืน) สำหรับจังหวัดที่มียอดจองที่พักสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ น่าน เชียงราย และพิษณุโลก สำหรับการใช้จ่ายในพื้นที่ที่พบว่า ภาคเหนือไม่ติด 10 อันดับการใช้จ่ายในจังหวัดปลายทางภาพรวมทั้งประเทศในเดือนตุลาคม แต่เมื่อจัดอันดับภายในภาคเหนือ 5 อันดับแรก ได้แก่ เมืองหลัก : เชียงใหม่ (12 ล้านบาท) เมืองน่าเที่ยว : เพชรบูรณ์ (11 ล้านบาท) เชียงราย (9 ล้านบาท) น่าน (8 ล้านบาท) และพิษณุโลก (1.8 ล้านบาท) (ที่มา: ข้อมูลพฤติกรรมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของคนไทยจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ปี 2568 (เดือนต.ค.) จากงานระบบสารสนเทศองค์กร ณ วันที่ 25 พ.ย.68) มาตรการ “เที่ยวดี มีคืน” และ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และคาดว่าจะเป็นแรงหนุนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศ
  • การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ งานประเพณีมหาลอยกระทงหลายๆ จังหวัด ได้แก่ เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย ปี 2568 งานประเพณียี่เป้ง 2568 จ.เชียงใหม่ ตำนานแห่งสายน้ำ ราชธานีศรีสองแคว : จองเปรียงแห่งศรัทธา จ.พิษณุโลก งานพรรณไม้งาน ฤดูกาลแห่งมวลดอกไม้ จ.เชียงใหม่ งานเทศกาลดอกบัวตองบาน จ.แม่ฮ่องสอน เทศกาลโคมแสนดวงเมืองหละปูน จ.ลำพูน รวมทั้งกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นช่วงปลายปี ได้แก่ Phayao Countdown Flora Fest 2026 แสงแห่งรักพะเยา เทิดพระเกียรติแม่แห่งแผ่นดิน จ.พะเยา งานประเพณีปีใหม่ม้ง จ.ตาก เทศกาล CAD เชียงใหม่ แสงแห่งศรัทธา : 730 ปี แห่งความรุ่งโรจน์แห่งล้านนา และ Countdown ปีใหม่ 2026 จ.เชียงใหม่
  • เข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวช่วงหน้าหนาวของภาคเหนือ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีทะเลหมอก อาทิ กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ดอยอ่างขาง (เชียงใหม่) ภูลังกา (พะเยา) ปาย ปางมะผ้า ดอยพุ่ยโค (แม่ฮ่องสอน) ดอยเสมอดาว (น่าน) ภูชี้ฟ้า ภูชี้เดือน (เชียงราย)

ปัจจัยอุปสรรค

  • ปัญหาอุทกภัยในจังหวัดภาคเหนือตอนล่างในเดือนตุลาคม ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางด้วยรถยนต์ไปยังภาคเหนือตอนบน
  • ภาวะเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางรายได้ และหนี้ครัวเรือนสูง 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ยังคงมีเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ โดยมีการยกเลิกการจองห้องพักในช่วงไตรมาสนี้ คิดเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ 70-90 ขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ยังคงเดินทางท่องเที่ยวได้ จนเดือนธ.ค. สถานการณ์ชายแดนมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และไม่มีทีท่าจะยุติ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่มั่นใจในความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงเดินทางเข้า 4 จังหวัดชายแดน รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง ทำให้สถานการณ์ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในภาวะหดตัว คาดว่า จะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 7.60 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ 5 และมีรายได้ 26,250 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกับปีที่ผ่านมา

ปัจจัยสนับสนุน

  • มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ได้แก่ โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือน ต.ค. 68 โดยมีการใช้สิทธิ์จองที่พักในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10,756 สิทธิ์ สำหรับจังหวัดที่มียอดจองที่พักสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา นครพนม เลย อุดรธานี และหนองคาย สำหรับการใช้จ่ายในพื้นที่ที่พบว่า มี 1 จังหวัดที่ติด 10 อันดับจังหวัดปลายทางที่มีการใช้จ่ายมากที่สุดในเดือนตุลาคม ได้แก่ เมืองหลัก : นครราชสีมา (24 ล้านบาท) (ที่มา: ข้อมูลพฤติกรรมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของคนไทยจากโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ปี 2568 (เดือนต.ค.) จากงานระบบสารสนเทศองค์กร ณ วันที่ 25 พ.ย.68) มาตรการ “เที่ยวดี มีคืน” และ โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และคาดว่าจะเป็นแรงหนุนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศ
  • การจัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวของ ททท. ร่วมกับพันธมิตร อาทิ KORAT MARATHON 2025 จ.นครราชสีมา ประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก จ.หนองคาย เทศกาลเที่ยวพิมาย 2568 จ.นครราชสีมา เทศกาลลอยกระทงในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว (อาทิ นครราชสีมา หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ เป็นต้น) Big Mountain Music Festival จ.นครราชสีมา งาน Countdown 2026 ในจังหวัดต่างๆ

ปัจจัยอุปสรรค

  • ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดแรกยังคงมีเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างชายแดนอย่างรุนแรง ทำให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงเดินทางท่องเที่ยว 
  • ภาวะเศรษฐกิจ ความไม่มั่นคงทางรายได้ และหนี้ครัวเรือนสูง 

Share This Story !

Published On: 04/02/2026,4 min read,Views: 202,

Related projects

  • สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดในประเทศ (เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2568)

  • สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ เดือนเมษายน-มิถุนายน 2566 และ คาดการณ์สถานการณ์ เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2566

  • คาดการณ์แนวโน้ม สถานการณ์ท่องเที่ยว