เทคโนโลยี Wellness Tourism : เมื่อ High Tech ผสาน High Touch

 

นพพล อนุกูลวิทยา

 

Calm แอปพลิเคชันจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการทำสมาธิและจิตใจให้สงบ มียอดดาวน์โหลดสะสมมากกว่า 130 – 150 ล้านครั้งทั่วโลก และในปี 2024 ทำรายได้กว่า 227 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 7,000 ล้านบาท หัวใจของ Calm มีอยู่ 3 อย่างคือ 1) การทำสมาธิ (Meditation) : มีออนไลน์คอร์สสอนตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง 2) การนอนหลับ (Sleep) : ที่ช่วยให้เราสามารถหลับได้ง่ายและลึกขึ้น ฟีเจอร์ที่สร้างชื่อที่สุดคือ “Sleep Stories” หรือนิทานก่อนนอน 3) การผ่อนคลาย (Relaxation) : เพลงบำบัด เสียงธรรมชาติ การหายใจ และบทเรียนการยืดเหยียดร่างกาย (Calm Body)

 

ในซีรีส์เรื่อง “สาธุ” (Season 2) มีเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งที่ตัวละครในเรื่องได้เข้าไปมีส่วนในการจัดคอร์สแบบมีค่าใช้จ่ายเพื่อมาฝึกการทำสมาธิที่ประเทศไทย โดยเป็นการเรียนสมาธิกันที่ศาลาริมทะเลของโรงแรมบนเกาะสมุย โดยเป็นการฝึกสมาธิในแบบที่ไม่ยึดติดกับพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมีการจัดคอร์สในลักษณะคล้ายกันนี้ไปในหลากหลายรูปแบบ โดยผู้เข้าร่วมมักต้องการความผ่อนคลายทางจิตใจที่ตัวเองต้องประสบพบเจอกับความเครียด ความกดดันหรือความเศร้าจากชีวิตประจำวัน

 

คำว่า “Wellness Tourism” เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาวะ (Well-being) จึงอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องร่างกาย แต่รวมไปถึงจิตใจด้วย อย่างโรงแรมในเครือของ Hilton ก็มีการผนวกโปรแกรมของ Calm เข้าไปในส่วนหนึ่งของระบบ Entertainment Platform ในห้องพัก ที่ช่วยให้ผู้เข้าพักได้มีเครื่องมือผ่อนคลายและนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น 

 

อีกรูปแบบการเดินทางที่ช่วยให้เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติ อย่างการ Trekking หรือ Hiking ช่วยสร้างสมดุลสุขภาวะได้ดี แต่สำหรับบางคน ความแข็งแรงทางร่างกายอาจเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงกิจกรรมเหล่านี้ แต่ในปัจจุบัน เริ่มมีเทคโนโลยีที่ช่วยลดอุปสรรคทางร่างกายลงได้

ขอบคุณรูปภาพจาก https://hypershell.tech/

 

Hypershell คือ “Exoskeleton” (ชุดหุ่นยนต์ภายนอก) แบบสวมใส่เฉพาะช่วงล่าง (Lower Body) ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานกับกิจกรรม Outdoor โดยเฉพาะ โดยทำหน้าที่เป็น “ปอดที่สาม” และ “กล้ามเนื้อขาที่สอง” ให้กับนักเดินทาง ซึ่งเทคโนโลยีเบื้องหลังสำคัญคือ 1) AI Motion Engine : จะเรียนรู้การเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ภายในเสี้ยววินาที มันจะรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังเดินปกติ วิ่ง หรือกำลังปีนทางชัน เพื่อจ่ายแรงพยุงจากมอเตอร์ให้เหมาะสมกับจังหวะก้าว 2) Omega Architecture : โครงสร้างที่ออกแบบมาให้พับเก็บได้และมีน้ำหนักเบา (ประมาณ 2 กิโลกรัม) แต่มอบกำลังมหาศาล (เทียบเท่ามหาศาลถึง 1 แรงม้า) ซึ่งช่วยลดน้ำหนักสะสมที่กดลงบนหัวเข่าและข้อเท้าได้มหาศาล 3) Hyper-Adaptive Drive : มอเตอร์สมรรถนะสูงที่ช่วยชดเชยน้ำหนักได้สูงสุดถึง 30 กิโลกรัม หมายความว่าหากคุณเป็นผู้สูงอายุที่ขาเริ่มอ่อนแรง ชุดนี้จะช่วยออกแรงแทนคุณเหมือนมีคนมาช่วยพยุงแขนเดินตลอดเวลา

 

นอกจากผู้ที่อุปสรรคด้านพละกำลังทางร่างกายแล้ว ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยผู้พิการทางสายตา ที่แม้ร่างกายยังแข็งแรง แต่อาจมีปัญหาในเรื่องของการนำทาง “VoiceVista” คือนวัตกรรมการสื่อสารด้วยเสียงให้แผนที่ธรรมดากลายเป็น “แผนที่นำทางอัจฉริยะ” สำหรับนักท่องเที่ยวผู้พิการทางสายตา โดยการใช้เทคโนโลยี Spatial Audio จำลองแหล่งกำเนิดเสียงแบบ 3 มิติ ผู้ฟังจะรู้สึกว่าเสียงนั้นมาจากทิศทางและระยะทางที่เจาะจง เช่น มาจากข้างหลัง 3 เมตร หรือมาจากข้างบนขวา ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถสร้างภาพจำในสมองของสถานที่นั้นได้โดยไม่ต้องมองเห็น ช่วยให้นักเดินทางสามารถเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติหรือย่านเมืองเก่าได้ด้วยตัวเองอย่างเป็นอิสระ เพียงแค่กวาดสมาร์ตโฟนไปรอบตัว แอปจะประกาศชื่อสถานที่และสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าตามพิกัดจริง สำหรับประสบการณ์ของ Spatial Audio ที่มีใช้อย่างแพร่หลายคือในหูฟังบางยี่ห้อ และใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันฟังเพลง เราจะได้ยินเสียงเครื่องดนตรีดังขึ้นหรือเบาลงตามทิศทางที่เราหัน เช่น หันซ้ายอาจจะได้ยินเสียงกีตาร์ดังขึ้น เป็นต้น ทำให้ประสบการณ์เสียงมีความสมจริง เหมือนมีวงดนตรีอยู่ข้างหน้าเรา

 

การอาบป่า (Forest Bathing) หรือ “ชินริน-โยกุ” คือศาสตร์แห่งการฟื้นฟูสุขภาวะด้วยการพาประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไปดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติ โดยการเดินทางเข้าไปในป่า แล้วใช้เวลาให้ตาได้มองเห็นแสงธรรมชาติ เห็นสีเขียว หูได้ยินเสียงน้ำ ใบไม้พลิ้วไหว เสียงร้องของสัตว์ป่า จมูกได้กลิ่นของป่าทั้งจากไอความชื้นและกลิ่นจากพรรณไม้ต่าง ๆ เพื่อปรับสมดุลระบบประสาทและลดระดับความเครียด แต่การเดินทางเข้าไปในป่าก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใคร บางคน

VR-Nature เป็นสตาร์ตอัปสาย HealthTech จากเดนมาร์ก ก่อตั้งโดย Thuri Kledal (PhD ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ) ผู้ซึ่งนำหลักการ Shinrin-yoku (การอาบป่า) จากญี่ปุ่นมาผสานกับเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า “Nordic Forest Bath” ในรูปแบบเสมือนจริง โดยเน้นบรรยากาศป่าแถบสแกนดิเนเวียที่ให้ความรู้สึกสงบและใช้จังหวะการเคลื่อนไหวของภาพและเสียงธรรมชาติที่ผ่านการวิจัยมาแล้วว่าช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก และในบางโปรเจกต์จะมีการใช้ “กลิ่น” (Aromatherapy) และ “สัมผัส” ร่วมด้วย 

 

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับ VR-Nature คือ ไม่ได้ขายคนทั่วไปเป็นหลัก แต่เน้นกลุ่ม B2B ในสาย Healthcare เช่น ในคลินิกทันตกรรม นำไปใช้กับผู้ป่วยที่กลัวการทำฟันอย่างรุนแรง เมื่อใส่แว่น VR ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนไปนั่งอยู่ริมน้ำตกในเดนมาร์กแทนการนั่งบนเก้าอี้ทำฟัน ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและความตื่นกลัวได้ทันที โดยงานวิจัยพบว่าสามารถลด Pain Score (ระดับความเจ็บปวด) ได้ถึง 35-50% หรือการนำไปใช้ในบ้านพักผู้สูงอายุและผู้ป่วยอัลไซเมอร์ เพื่อลดอาการกระสับกระส่าย (Agitation) และภาวะซึมเศร้าจากการถูกจำกัดพื้นที่ ไปจนถึงกลุ่ม Palliative Care ที่ช่วยให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ติดเตียงได้มีโอกาส “ออกไปข้างนอก” เป็นครั้งสุดท้ายผ่านโลกเสมือนจริง สร้างความสุขทางใจที่ยาไม่สามารถให้ได้

 

ในกรณีตัวอย่างที่เล่ามา อาจไม่ได้พูดถึงบริการอย่างสปา ความงามหรืออาหาร ที่เป็นสิ่งที่อยู่ใน Wellness Tourism ที่เราคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน แต่พยายามยกตัวอย่างรูปแบบการท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงการนำ Wellness Tourism เข้าหากลุ่มที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพราะแท้จริงแล้วคำว่า Well-being หรือสุขภาวะ ไม่ใช่เป็นเรื่อง Luxury (หรูหรา) แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรเข้าถึงได้ และควรเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ใช่เพียงเรื่องความสุขทางกาย แต่เป็นความสุขทางใจด้วยเช่นกัน 

 

Global Wellness Institute (GWI) คาดการณ์ว่าตลาด Wellness Tourism ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2025-2026 นอกจากนี้ กลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) จะมีจำนวนถึง 2.1 พันล้านคนทั่วโลก ภายในปี 2050 ดังนั้น Wellness Tourism ในประเทศไทยจึงยังมีช่องทางในการเติบโตอีกมาก และเทคโนโลยีที่คิดว่าเหมือนจะห่างไกลจากบริการ Wellness กลับกลายเป็นสะพานหรือเครื่องมือสำคัญในการเติมเต็ม Wellness Tourism ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

Share This Story !

Published On: 03/03/2026,2.1 min read,Views: 680,

Related projects

  • ChatGPT กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

  • #LIVE in a Pandemic ปรากฏการณ์ไลฟ์สตรีมท่ามกลางวิกฤต

  • Finding Local Experience คำค้นนั้นสำคัญไฉน