สรุปสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ (เดือนมกราคม-มีนาคม 2566)

 

โดย งานวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ กองกลยุทธ์การตลาด

วันที่ 10 เมษายน 2566

 

 

ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ เดือนมกราคม-มีนาคม 2566

ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทยในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 6,518,578 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 60 ของปี 2562) หรือขยายตัวร้อยละ 1,210 และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 334,701 ล้านบาท (ฟื้นตัวร้อยละ 64 ของปี 2562) หรือขยายตัวร้อยละ 826 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 ตลาดนักท่องเที่ยว 10 อันดับแรกที่เดินทางเข้ามามากที่สุด ได้แก่ มาเลเซีย รัสเซีย จีน เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐอเมริกา เยอรมนี สหราชอาณาจักร เวียดนาม และลาว เป็นเพราะปัจจัยสนับสนุนหลักคือ ตลาดหลัก “จีน รัสเซีย” ไม่มีข้อจำกัดในการเดินทางเข้าไทย การเดินทางช่วงหยุดยาวเทศกาล/ปิดภาคเรียน ตั้งแต่เทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องเทศกาลตรุษจีน ตรุษเวียดนาม ตรุษเกาหลี (ซอลลัล) อานิสงส์ของมาตรการขยายวันพำนักของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Free Visa และกลุ่ม Visa on Arrival ผนวกด้วยการเปิดเที่ยวบินใหม่และเพิ่มความถี่เที่ยวบินเข้าไทย โดยเฉพาะตลาดจีน รัสเซีย ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และการกระตุ้นการเดินทางในตลาดเป้าหมายของ ททท. ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด Tradeshow/Road Show และ Joint Promotion ร่วมกับพันธมิตรสายการบินและธุรกิจนำเที่ยวทั่วโลก ส่วนประเด็นลดทอนการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศเที่ยวไทยไตรมาสนี้ยังคงเป็นเรื่องค่าบัตรโดยสารเครื่องบินที่มีราคาสูงขึ้นเท่าตัวหากเทียบกับก่อน COVID-19 รวมทั้งเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัวจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้นักท่องเที่ยวเลือกไปท่องเที่ยวจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่าและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

 

โดยสรุปสถานการณ์แต่ละภูมิภาคดังนี้

 

ภูมิภาคเอเชียตะวันออก (ประกอบด้วยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และ อาเซียน)

 ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 นักท่องเที่ยวและรายได้ทางการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกฟื้นตัวกลับมาราวครึ่งหนึ่ง หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ก่อนวิกฤต COVID-19 โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยราว 3.4 ล้านคน และสร้างรายได้การท่องเที่ยวประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3,945 และร้อยละ 3,128 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออก ครองสัดส่วนถึงร้อยละ 53 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางเข้าไทย และ 5 ตลาดแรกที่มีจำนวนท่องเที่ยวสูงที่สุด คือ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ เวียดนาม และลาว  สถานการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก 

1) “ทุกประเทศ” ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือปลดล็อกการเดินทางระหว่างประเทศ นำโดย “ตลาดเกาหลีใต้” ยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 ตามมาด้วย “ตลาดญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง” ในวันที่ 11-13 ตุลาคม 2565 ตามลำดับ และท้ายสุดคือ “ตลาดจีน” โดยทางการจีนอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางต่างประเทศได้ ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 และอนุญาตให้บริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศจีนขาย Package Tour ไปยัง 20 ประเทศ รวมทั้ง “ไทย” 

2) เส้นทางบินเข้าไทยจากภูมิภาคเอเชียตะวันออก (New routes/Resumed routes) ฟื้นตัวกลับมาราวร้อยละ 50 ของปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 โดยในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 มีจำนวนที่นั่งเครื่องบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออก รวม 5.3 ล้านที่นั่ง แบ่งเป็น ภูมิภาคอาเซียน 2.9 ล้านที่นั่ง (ฟื้นตัวถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับปี 2562) โดยตลาดสิงคโปร์ เวียดนาม และมาเลเซีย มีจำนวนที่นั่งเครื่องบินเข้าไทยสูงที่สุด 3 อันดับแรก และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ 2.3 ล้านที่นั่ง (ฟื้นตัวร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับปี 2562) โดย 3 ตลาดแรกที่มีจำนวนเที่ยวบินเข้าไทยสูงที่สุด คือ ตลาดเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และ จีน ตามลำดับ 

3)นักท่องเที่ยวมาเลเซีย และ ลาว” ชื่นชอบท่องเที่ยวบริเวณจังหวัดชายแดนของไทย โดยในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 เฉลี่ยกว่าร้อยละ 90 ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียและลาวทั้งหมดที่เดินทางเข้าไทย เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านชายแดน (ทางบก) และนิยมข้ามมาท่องเที่ยวในจังหวัดที่ติดด่านชายแดนของไทย อาทิ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จ.หนองคาย และ จ.อุดรธานี 

4) กระแสการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน เกาหลีใต้ เวียดนาม และ มาเลเซีย ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันราว 3-5 วัน 

5) ททท. จัดกิจกรรมส่งเสริมการเดินทางนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเข้าไทย อาทิ งาน Consumer Fair ภายใต้แนวคิด “Amazing Thailand close to you than ever!” โดยใช้ Soft Power ของไทย (Food Film Fashion Fighting และ Festival) เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอาเซียนเดินทางเข้าไทย และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน ที่เพิ่งได้รับอนุญาตให้เดินทางต่างประเทศ เช่น งาน Amazing Thailand Amazing New Chapters Road Show to China 2023 ใน 3 เมืองใหญ่ของจีน คือ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และกว่างโจว โดยมุ่งเน้นทำตลาดกับนักท่องเที่ยวชาวจีน กลุ่ม Hyper Millennial กลุ่ม Family กลุ่ม Workation และ กลุ่ม Silver Luxury และจัดกิจกรรม Boss Live Streaming โดย ททท. ร่วมกับบริษัท Ctrip Group ซึ่งเป็น Online Travel Agency รายใหญ่ที่สุดในจีน โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีจำนวนผู้เข้าชม Live Streaming กว่า 300 ล้านคน และมียอดขายกว่า 11,000 Pax เป็นต้น

 

 

ภูมิภาคยุโรป

บรรยากาศการเดินทางเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้คึกคักขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 เดินทางเข้าไทยจำนวน 1,943,785 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 81 ของปี 2562) สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 128,033 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 573 และร้อยละ 467 ตามลำดับ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวตลาดใหญ่สุดของภูมิภาค รัสเซีย จำนวนนักท่องเที่ยวรวม 570,462 คน (เฉลี่ยเดือนละ 1.8 แสนคน จากระดับ 1 แสนคนในไตรมาสก่อน) หรือฟื้นตัวกลับมาร้อยละ 93 จากปี 2562 ตลาดรองลงมาที่มีการฟื้นตัวดีเกินร้อยละ 90 คือ ยุโรปตะวันออก และเนเธอร์แลนด์ ส่วนตลาดอื่น ๆ มีการฟื้นตัวเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 60-80 ตามลำดับ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก

1) กระแสความต้องการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อหลบสภาพอากาศหนาวเย็นในยุโรปมายังประเทศไทย ผนวกกับการขยายเวลาพำนักในไทยสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว Free Visa จากไม่เกิน 30 วัน เป็นไม่เกิน 45 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางเข้ามาพักในไทยนานขึ้น 

2) จำนวนเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งเครื่องบินเข้าไทย (Seat Capacity) ฟื้นตัวร้อยละ 65 จากช่วงเดียวกันของปี 2562 หรือมีจำนวนรวม 1.1 ล้านที่นั่ง (เพิ่มจาก 7.8 แสนที่นั่งในไตรมาสก่อนหน้า) โดยเฉพาะตลาดรัสเซียมีจำนวนที่นั่งเพิ่มขึ้นมากที่สุด ภายหลังการเจรจาหารือสายการบินรายใหญ่ของรัสเซียเปิดเส้นทางบินตรงเข้าไทย ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยสายการบิน Aeroflot, Pegas Fly, Azur Air และ Red Wings ให้บริการเส้นทางจาก 16 เมืองในรัสเซียเข้ากรุงเทพฯ ภูเก็ต และอู่ตะเภา รวม 3.7 แสนที่นั่ง (เดิมทำการบินมาจาก 30 เมืองในปี 2562) นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มเที่ยวบินเช่าเหมาลำเข้ากระบี่และภูเก็ตของตลาดอื่น ๆ เข้ามาช่วยเสริม อาทิ สหราชอาณาจักร เช็ก โปแลนด์ และกลุ่มนอร์ดิก (สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก) 

3) กิจกรรมการดำเนินงานส่งเสริมตลาดของสำนักงาน ททท. ในยุโรป โดยมีการ Joint Marketing Campaign กับบริษัทนำเที่ยวและสายการบิน กระตุ้นการเดินทางของกลุ่ม Family & Leisure เที่ยวไทยในช่วงฤดูหนาวของยุโรปในแคมเปญ Thailand Always Warm อาทิ ตลาดเยอรมนี สหราชอาณาจักร รัสเซีย เช็ก โปแลนด์ ฝรั่งเศส สวีเดน ฯลฯ รวมไปถึงการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายในพื้นที่ใหม่ ๆ จากยุโรปตะวันออกและยุโรปใต้ อาทิ งาน TTWarsaw (โปแลนด์) งาน Holiday World (เช็ก) MITT2023 (รัสเซีย) และงาน BIT Milan และ BMT Napoli (อิตาลี) 

อย่างไรก็ตาม การเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปยังมีปัจจัยบั่นทอนของสภาพเศรษฐกิจโดยรวมในภูมิภาค ที่ชะลอตัวลงจากผลกระทบของสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ค่าครองชีพหลายประเทศสูงขึ้น จากปัญหาเงินเฟ้อและราคาพลังงานเชื้อเพลิงปรับสูงขึ้น อีกทั้งค่าบัตรโดยสารเครื่องบินราคาแพงขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงก่อน COVID-19 ราวร้อยละ 50-80 ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งตัดสินใจเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวระยะใกล้ในแถบยุโรปใต้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น กรีซ สเปน ประกอบกับสายการบิน Thai Airways ไม่สามารถกลับมาเปิดเส้นทางที่เคยทำการบินในช่วงก่อน COVID-19 จากข้อจำกัดของการประกันเครื่องบินในเส้นทาง มอสโก-กรุงเทพฯ และข้อจำกัดของจำนวนเครื่องบินที่ไม่เพียงพอ สำหรับเส้นทางโรม-กรุงเทพฯ มิลาน-กรุงเทพฯ บรัสเซลส์-กรุงเทพฯ และ ออสโล-กรุงเทพฯ ทำให้เสียโอกาสรับนักท่องเที่ยวจากจำนวนที่นั่งที่หายไปรวมกันประมาณ 150,000 ที่นั่ง 

 

 

ภูมิภาคอเมริกา

คาดว่า มีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 เดินทางเข้าไทยจำนวน 350,029 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 78 ของปี 2562) และสร้างรายได้ประมาณ 21,862 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 777 และร้อยละ 624 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 โดยเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาคอเมริกายังคงเผชิญกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาต้นทุนการเดินทางสูง ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะเดินทางภายในประเทศและภูมิภาค ททท. จึงมุ่งเน้นจูงใจนักท่องเที่ยวที่มีระดับรายได้สูง โดยนำ Agency ระดับพรีเมียมจากอเมริกาและแคนาดา ทำ Business Matching กับผู้ประกอบการระดับตลาดบนของไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 รวมทั้งมีปัจจัยสนับสนุนจากเส้นทางบินตรงจากภูมิภาคอเมริกา สายการบิน Air Canada ทำการบินเข้าไทยในเส้นทางแวนคูเวอร์-กรุงเทพฯ 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ซึ่งมีแผนทำการบินตามตารางฤดูหนาวจนถึงวันที่ 26 มีนาคม 2566 นี้ และการเพิ่มเที่ยวบินของสายการบินจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง ทำให้การเดินทางจากภูมิภาคอเมริกาเข้าไทยสะดวกยิ่งขึ้น

 

 

ภูมิภาคเอเชียใต้

คาดว่า มีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 เดินทางเข้าไทยจำนวน 398,592 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 74 ของปี 2562) และสร้างรายได้ประมาณ 16,490 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 1,299 และร้อยละ 1,013 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565  ปัจจัยที่สนับสนุนการเดินทางจากภูมิภาคเอเชียใต้ คือ การฟื้นตัวของ Seat Capacity ของทั้ง 3 ตลาดหลักในภูมิภาคเอเชียใต้ ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศ ฟื้นตัวเกินกว่าร้อยละ 70 อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขอินเดียประกาศมาตรการการเดินทางเข้าประเทศวันที่ 29 ธันวาคม 2565 ซึ่งกำหนดให้ผู้เดินทางจากไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง จีน และเกาหลีใต้ จำเป็นต้องแสดงผลตรวจเชื้อ COVID-19 แบบ RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมง และส่งผลตรวจไม่พบเชื้อฯ ในระบบ Air Suvidha ก่อนเดินทางเข้าอินเดีย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเข้าไทยเดือนมกราคมต่ำกว่าแนวโน้มเดิมที่คาดไว้ในไตรมาสก่อนหน้าประมาณร้อยละ 9 หรือมีจำนวน 103,316 คน แต่เป็นผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น โดยภาพรวมสถานการณ์การเดินทางเข้าไทยจากตลาดอินเดียดีขึ้นตามลำดับ หลังจากกระทรวงสาธารณสุขอินเดียยกเลิกมาตรการดังกล่าวทั้งหมดแล้วในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ในขณะที่เศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงภายในประเทศศรีลังกา ส่งผลต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวตลาดศรีลังกา โดยในไตรมาสนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวน้อยที่สุดในภูมิภาคร้อยละ 37 และ Seat Capacity จากศรีลังกา ฟื้นตัวกลับมาเพียงร้อยละ 24 ของปี 2562 ก่อนวิกฤต COVID-19

 

 

ภูมิภาคโอเชียเนีย 

คาดว่า มีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 เดินทางเข้าไทยจำนวน 168,625 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 83 ของปี 2562) และสร้างรายได้ประมาณ 12,295 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 817 และร้อยละ  729 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565  จากปัจจัยสนับสนุนที่ ททท. มุ่งเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวในด้านราคา โดยการทำ Joint Promotion ร่วมกับบริษัท Klook ประเทศออสเตรเลีย จัดแคมเปญ “Find me in Thailand” ระหว่างวันที่ 16 กุมภาพันธ์-16 เมษายน 2566 เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลุ่ม Free Independent Travelers (FIT), Digital Nomads และ Young Families อายุระหว่าง 18–44 ปี รวมทั้งกระตุ้นยอดขายนักท่องเที่ยวกลุ่ม Green Tourism จากออสเตรเลีย โดยร่วมกับ Dive Planit Travel Pty Ltd ในโครงการ Reborn the Nature ทั้งนี้ในช่วงมกราคม-มีนาคม 2566 เที่ยวบินตรงเข้าไทยจากออสเตรเลีย ฟื้นตัวร้อยละ 82 จาก 2 เมือง คือ ซิดนีย์ และ เมลเบิร์น ซึ่งทำการบินโดย 4 สายการบิน ได้แก่ สายการบิน JetStar, Qantas, Thai Airways และ Thai AirAsiaX 

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 ยังไม่มีเที่ยวบินตรงรองรับการเดินทางเข้าไทยของตลาดนิวซีแลนด์ ซึ่งหากมีการผลักดันการเปิดเส้นทางในอนาคตคาดว่าจะช่วยส่งเสริมการเติบโตของตลาดต่อไป

 

 

ภูมิภาคตะวันออกกลาง

ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยจากภูมิภาคนี้ฟื้นตัวกลับมาเท่าระดับเดียวกับช่วงเวลาเดียวกันก่อน COVID-19 แล้ว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 เดินทางเข้าไทยจำนวน 166,087 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 102 ของปี 2562) และสร้างรายได้ประมาณ 15,577 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 414 และร้อยละ 424 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดอิสราเอล 65,035 คน ฟื้นตัวร้อยละ 135 และตลาดซาอุดีอาระเบีย 22,398 คน ฟื้นตัวร้อยละ 315 จากปี 2562 ซึ่งเป็นปีก่อนวิกฤต COVID-19 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก

 

1) การขยายเวลาพำนักในประเทศไทยจาก 30 วัน เป็น 45 วัน ทำให้มีการเพิ่มวันพำนักในประเทศไทยมากขึ้น และประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างสูงในตลาดอิสราเอล รวมทั้งเที่ยวบินจากอิสราเอลฟื้นตัวกลับมาร้อยละ 96 จากปี 2562

2) การยกเว้นการตรวจลงตรา (Free Visa) ให้แก่นักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบียเข้าไทยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 รวมทั้ง ททท. ร่วมกับบริษัทการบินไทย ผู้แทนโรงแรม และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมการขายระหว่างวันที่ 19-21 กุมภาพันธ์ 2566 ในงาน Jeddah International Travel & Tourism Exhibition (JTTX) ทั้งนี้จากราคาบัตรโดยสารเครื่องบินในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 ที่สูงกว่าร้อยละ 50 ก่อนยุค COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยลบต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และ ฤดูกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ในปีนี้ตรงกับวันที่ 22 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 20 เมษายน 2566 ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางชะลอการเดินทางในห้วงเวลาดังกล่าว และกลับมาเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายเดือนเมษายน 2566 เป็นต้นไป 

 

 

ภูมิภาคแอฟริกา

คาดว่า มีนักท่องเที่ยวเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 เดินทางเข้าไทยจำนวน 25,134 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 62 ของปี 2562) สร้างรายได้การท่องเที่ยวประมาณ 2,109 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 523 และร้อยละ 534 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 โดยประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางระยะไกลที่นักท่องเที่ยวตลาดแอฟริกาใต้ให้ความสนใจและต้องการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคู่รัก กลุ่มครอบครัว และกลุ่ม LGBT โดย ททท. สำนักงานลอนดอนมีการดำเนินการส่งเสริมตลาดแอฟริกาใต้เข้าไทยในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดกิจกรรม Amazing Thailand Roadshow to South Africa 2023 เมืองโจฮันเนสเบิร์ก และเคปทาวน์ ระหว่างวันที่ 28-30 มีนาคม 2566 การ Joint Marketing ร่วมกับบริษัท WOLO Travel ในเดือนตุลาคม 2565-มีนาคม 2566 ผนวกกับการจัดกิจกรรม Influencer Fam Trip เพื่อประชาสัมพันธ์การทัศนศึกษาท่องเที่ยวประเทศไทยในพื้นที่ภูเก็ตและพังงา ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนทางด้านการบินช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าไทยของตลาดแอฟริกาใต้ และตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยในเดือนมกราคม-มีนาคม 2566 มีจำนวนที่นั่งเครื่องบินรวม 28,497 ที่นั่ง ฟื้นตัวร้อยละ 60 จากช่วงเดียวกันของปี 2562 แบ่งเป็นตลาดเอธิโอเปีย จำนวน 25,689 ที่นั่ง และตลาดเคนยา จำนวน 2,808 ที่นั่ง จากการให้บริการสายการบิน Ethiopian Airlines เส้นทางอะดิสอะบาบา-กรุงเทพฯ 9 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และ สายการบิน Kenya Airways เส้นทางเชื่อมโยง ไนโรบี-กรุงเทพฯ-ฮ่องกง 2 เที่ยวบิน/สัปดาห์ รวมทั้ง สายการบิน Air Austral ยังคงให้บริการเส้นทางบินตรง เรอูว์นียง-กรุงเทพฯ 2 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ตลอดช่วงฤดูร้อนปี 2566 หลังเปิดบินเส้นทางดังกล่าวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา และการให้บริการเที่ยวบินเชื่อมโยงการเดินทางจากภูมิภาคแอฟริกามายังประเทศไทยของสายการบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง อาทิ Qatar Airways, Emirates Airline และ Etihad Airways

Share This Story !

5 min read,Views: 3414,

Related projects

  • ¡Hola! Spanish Travelers

    พฤษภาคม 25, 2024

  • ‘เรื่องเล่น’ เรื่องเล็กน้อยมหาศาล

    พฤษภาคม 25, 2024

  • ‘DESERT SUPERCITY’ มหานคร แห่งทะเลทราย

    พฤษภาคม 25, 2024