สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 และสรุปภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศปี 2566

โดย งานวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ กองกลยุทธ์การตลาด 

จัดทำเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 

 

ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566

 

 

สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าไทยภาพรวม ซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย (High Season) ในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เพิ่มสูงขึ้นราว 8 แสนคนจาก 7 ล้านคนในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า หรือขยายตัวราวร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2565 โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 7,908,977 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 76 ของปี 2562) และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 439,378 ล้านบาท (ฟื้นตัวร้อยละ 84 ของปี 2562) อันเป็นผลมาจากการเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นในเกือบทุกภูมิภาค อย่างไรก็ตาม มีเพียงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีปัจจัยลดทอนการเดินทางของนักท่องเที่ยวบางส่วนคือ กระแสลบเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางเที่ยวไทยจากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในสื่อของจีน และสงครามระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์(ฮามาส) ที่รุนแรงขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเดินทางเข้าไทยของตลาดต่างประเทศในภาพรวม นักท่องเที่ยวตลาดจีนยังคงมีการเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป สำหรับตลาดอิสราเอลมีสัดส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยคิดเป็นร้อยละ 0.4 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยทั้งหมด โดย TOP10 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามามากที่สุด ได้แก่ มาเลเซีย จีน เกาหลีใต้ อินเดีย รัสเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ลาว และญี่ปุ่น  

โดยมีปัจจัยสนับสนุนขับเคลื่อนการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือ 

1) ไทยมีมาตรการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการเดินทางเข้าไทยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ การยกเว้นการขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าไทย (Visa Exemption) ให้แก่นักท่องเที่ยวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน ได้สิทธิ์พำนักในไทยสูงสุด 30 วัน 

2) การขยายเวลาพำนักในไทยสูงสุด 90 วัน จากเดิม 30 วัน ให้แก่นักท่องเที่ยวรัสเซีย 

3) การยกเว้นยื่นแบบ ตม. 6 ณ ด่านสะเดา จังหวัดสงขลา ให้แก่นักท่องเที่ยวมาเลเซีย และ 

4) การขยายเวลาเปิดบริการสถานบันเทิงยามค่ำคืนถึงเวลา 04.00 น. ในพื้นที่ท่องเที่ยว: กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และสถานบันเทิงฯ ในโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2566 สำหรับวันส่งท้ายปีเก่า (31 ธันวาคม 2566) สถานบันเทิงฯ ทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้รับอนุญาตให้เปิดบริการจนถึงเวลา 06.00 น. ของวันปีใหม่ (1 มกราคม 2567) เป็นต้น 

จำนวนที่นั่งเครื่องบินระหว่างประเทศเข้าไทยฟื้นตัวร้อยละ 72 ของช่วงเวลาเดียวกับปี 2562 อานิสงส์การจัดแสดงคอนเสิร์ต-แฟนมีตติ้งของศิลปินไทยและศิลปินต่างชาติในประเทศไทย ช่วยดึงดูดกลุ่มแฟนคลับของศิลปินจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกให้เดินทางมาชมการแสดงฯ พร้อมทำกิจกรรมท่องเที่ยวในไทย นอกจากนั้น ททท. สำนักงานต่างประเทศได้ดำเนินงานส่งเสริมตลาดกลุ่มเป้าหมายภายใต้มาตรการ Visa Exemption ตลอดจนเร่งสื่อสารประชาสัมพันธ์ฟื้นฟูความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวประเทศไทย รวมถึงเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายระดับโลก World Travel Market 2023 ไปจนถึงการมุ่งเน้นตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ ๆ หลากหลายพื้นที่ เช่น กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มคู่รัก กลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูง กลุ่มชื่นชอบกีฬา เสริมสุขภาพและความงาม กลุ่มเดินทางเข้าไทยทางบก อาทิ กลุ่มนิยมขับรถเที่ยว และกลุ่มที่เดินทางโดยรถไฟขบวนพิเศษจากมาเลเซีย ฯลฯ

โดยสถานการณ์รายภูมิภาคสรุปได้ดังนี้:

 

ภูมิภาคเอเชียตะวันออก (ประกอบด้วยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และอาเซียน)

ยังคงเป็นตลาดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวครองสัดส่วนสูงที่สุด รวมกันเกือบร้อยละ 60 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้าไทย โดยสถานการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเดินทางเข้าไทยราว 4.6 ล้านคน (ฟื้นตัวร้อยละ 67 ของปี 2562) และสร้างรายได้การท่องเที่ยวประมาณ 1.9 แสนล้านบาท (ฟื้นตัวร้อยละ 67 ของปี 2562) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก 

1) การยกเว้นการขอวีซ่าเข้าไทยให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน และไต้หวัน (Visa Exemption) โดยไทยให้สิทธิ์นักท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 และให้สิทธิ์นักท่องเที่ยวไต้หวัน ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 – 10 พฤษภาคม 2567 สามารถพำนักอยู่ในไทยได้สูงสุด 30 วัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตลาดดังกล่าวเดินทางเข้ามามากขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2566 ทั้งนี้มาตรการยกเว้นการขอวีซ่าฯ ของตลาดจีน ส่งผลในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามามากขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2566 เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเริ่มมาตรการฯ ในเดือนกันยายน 2566 สำหรับนักท่องเที่ยวไต้หวันตอบสนองต่อมาตรการฯ ทันที โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 ในช่วงสัปดาห์แรกนับตั้งแต่ไทยเริ่มมาตรการฯ เมื่อเทียบกับช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า 

2) การเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าไทยให้แก่นักท่องเที่ยวมาเลเซียผ่านด่านทางบก โดยยกเว้นการกรอกเอกสาร (ตม.6) เพื่อลดขั้นตอนเข้าประเทศ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา จังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 30 เมษายน 2567 ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียมีการเดินทางเข้าไทยผ่านด่านทางบกมากที่สุด (สัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 74 ของการเดินทางเข้าไทยทั้งหมดในปี 2566) 

3) จำนวนที่นั่งเครื่องบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออก คิดเป็นสัดส่วนฟื้นตัวร้อยละ 72 (ราว 7.2 ล้านที่นั่ง) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 แบ่งเป็น ภูมิภาคอาเซียน จำนวนที่นั่งราว 3.2 ล้านที่นั่ง (คิดเป็นสัดส่วนฟื้นตัวร้อยละ 82 ของจำนวนที่นั่งปี 2562) และตลาดที่มีจำนวนที่นั่งเครื่องบินเข้าไทยสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือ ตลาดสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม (สัดส่วนการฟื้นตัวอยู่ที่ร้อยละ 84-92 ของจำนวนที่นั่งปี 2562) ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนที่นั่งราว 3.9 ล้านที่นั่ง (สัดส่วนฟื้นตัวร้อยละ 61 จากช่วงเดียวกันของปี 2562) โดยตลาดเกาหลีใต้ มีจำนวนที่นั่งสูงที่สุดราว 6.5 แสนที่นั่ง (สัดส่วนฟื้นตัวร้อยละ 88 ของจำนวนที่นั่งปี 2562) รองลงมาคือ ตลาดฮ่องกง และญี่ปุ่น (สัดส่วนฟื้นตัวอยู่ที่ร้อยละ 58-81 ของจำนวนที่นั่งปี 2562) ในขณะที่ จีน มีจำนวนที่นั่งฟื้นตัวค่อนข้างช้า เพียงร้อยละ 45 ของจำนวนที่นั่งปี 2562 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของจีน โดยสํานักงานการบินพลเรือนของจีนประกาศเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศเป็นร้อยละ 34 เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวของสายการบินจีนหลังการระบาดของโรค COVID-19 สิ้นสุดลง โดยเน้นไปที่การเชื่อมต่อระหว่างสนามบินระดับภูมิภาคและสนามบินศูนย์กลาง เช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกว่างโจว จากนั้นจึงมีแผนเพิ่มเที่ยวบินต่างประเทศภายในต้นปีหน้า 

4) กิจกรรมคอนเสิร์ต-แฟนมีตติ้งของศิลปินในประเทศไทย ดึงดูดการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออก ได้แก่ กิจกรรมคอนเสิร์ต Star For You Meeting Concert โดยมีศิลปินไทย ฟิล์ม ธนภัทร – แจม รชตะ – ต้าห์อู๋ พิทยา – ออฟโรด กันตภณ มีผู้เข้ารับชมรวม 5,000 คน เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2566 โดยมีสัดส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนประมาณร้อยละ 90 กิจกรรมคอนเสิร์ต Jay Chou Carnival World Tour 2023 แสดงคอนเสิร์ตที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 8-9 ธันวาคม 2566 โดยมีผู้เข้าชมทั้งชาวไทยและต่างชาติรวมกว่า 70,000 คน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยรายวัน (ตม.) ระหว่างวันที่ 6-10 ธันวาคม 2566 ของตลาดเวียดนาม มาเลเซีย และจีน เพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์การจัดคอนเสิร์ตฯ โดยมีอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้ง 3 ตลาดเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 30-40 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการจัดงานฯ วันที่ 1-5 ธันวาคม 2566 และกิจกรรมคอนเสิร์ตระดับภูมิภาคของแรปเปอร์ชื่อดัง 50 CENT THE FINAL LAP TOUR 2023 | GET RICH OR DIE TRYIN’ – 20 YEARS LATER ซึ่งจัดที่ประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เป็นต้น 

5) ททท. จัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเข้าไทย โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการเดินทางมาไทยในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงวันชาติจีน และการเดินทางท่องเที่ยวเฉลิมฉลองปีใหม่ในช่วงปลายปี อาทิ ททท. ในพื้นที่ตลาดจีน มุ่งกระตุ้นการขายและช่วยส่งเสริมฟื้นฟูสร้างความเชื่อมั่นให้กับการท่องเที่ยว ตอบรับความต้องการเดินทางที่เกิดจากนโยบาย Visa Exemption และการใช้วันหยุดพักผ่อนประจำปี (Nian Jia Lv You) ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยและเสนอขายแพ็กเกจการท่องเที่ยวไทย ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวประเภท Wholesale รายใหญ่ อาทิ บริษัทนำเที่ยว Jiangxi Environmental International Travel Agency Co., Ltd. และ China Bamboo Garden อีกทั้งเข้าร่วมงานส่งเสริมการขาย The “Winter Tour Global” Press Conference and Boutique Route Sales Event ณ เมืองกว่างโจว นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวไทย Novel Experience โดยส่งเสริมและเสนอขายเส้นทางท่องเที่ยวคุณภาพ ได้แก่ กรุงเทพฯ พัทยา ระยอง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ และพังงา และ ททท. สำนักงานฮ่องกง ส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวสุโขทัยและสมุย ร่วมกับสายการบิน Bangkok Airways และร่วมกับ Travel Agent ในท้องถิ่น ส่งเสริมการขาย Early Bird Christmas Package ในกลุ่มครอบครัว เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกยังมีปัจจัยลบเป็นอุปสรรคการเติบโตของนักท่องเที่ยว คือ 1.ภาพลักษณ์ด้านความไม่ปลอดภัยของไทย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนฟื้นตัวช้า ทัศนคติของนักท่องเที่ยวจีนที่มองว่ามาเที่ยวไทยไม่ปลอดภัย จากข่าวลือเชิงลบบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่และตัดอวัยวะขายซึ่งเกิดในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านแถบอาเซียน ประกอบกับมีภาพยนตร์เรื่องดังแนวอาชญากรรมเข้าฉายในจีน จึงเป็นจุดที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนไม่มั่นใจในการเดินทาง และเลือกเดินทางไปจุดหมายปลายทางอื่นแทน 2.ปัญหาเศรษฐกิจซบเซา โดยหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเผชิญปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว เช่น ญี่ปุ่น GDP หดตัวร้อยละ 0.5 ในไตรมาส 3 ปี 2566 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง ลาว เสี่ยงเศรษฐกิจภายในประเทศล่มสลายจากการเผชิญภาวะเงินเฟ้อ ราคาอาหารและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น รวมทั้งค่าเงินกีบของลาวอ่อนค่าที่สุดในรอบ 20 ปี (100,000 กีบอยู่ที่ 169.23 บาท) รวมทั้งปัญหาหนี้สาธารณะ จีน ภาคการส่งออกของจีนลดลงร้อยละ 6.4 เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนตุลาคม 2566 จากสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยในจุดหมายปลายทางทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดของจีน ได้แก่ ยุโรป สหรัฐอเมริกา อีกทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์จีนเข้าขั้นวิกฤตเนื่องจากประสบภาวะล้มละลายจากการผิดนัดชำระหนี้ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งทำให้นักท่องเที่ยวต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง

 

ภูมิภาคยุโรป

การเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวยุโรป มีสัดส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากเป็นอันดับสอง รองจากตลาดนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออก ในไตรมาสนี้คาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดยุโรปเข้าไทยจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีจำนวน 1,884,481 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 96 ของปี 2562) สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 152,054 ล้านบาท (ฟื้นตัวร้อยละ 107 ของปี 2562) ตลาดที่ฟื้นตัวดีเกินร้อยละ 100 ของช่วงเดียวกันของปี 2562 คือ ยุโรปตะวันออก เนเธอร์แลนด์ และสเปน สำหรับตลาดหลักในยุโรปที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยมากกว่าระดับ 2 แสนคนขึ้นไป ได้แก่ รัสเซีย สหราชอาณาจักร และเยอรมนี มีสัดส่วนการฟื้นตัวเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 95 โดยมีปัจจัยสนับสนุนนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรปเดินทางมาไทยจาก

1) จำนวนที่นั่งเครื่องบินเข้าไทย (Seat Capacity) คิดเป็นสัดส่วนฟื้นตัวร้อยละ 76 ของจำนวนที่นั่งปี 2562 จำนวนรวม 1.1 ล้านที่นั่ง (เพิ่มขึ้นจาก 7.1 แสนที่นั่งในไตรมาสก่อนหน้า) ในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 สายการบินไทย (Thai Airways) ให้บริการเที่ยวบินใน 8 เส้นทาง มาจากเมืองโคเปนเฮเกน แฟรงก์เฟิร์ต มิวนิก อิสตันบูล ลอนดอน ปารีส สต็อกโฮล์ม และซูริค เข้ากรุงเทพฯ เส้นทางละ 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ สายการบิน Turkish Airlines เส้นทางอิสตันบูล-ภูเก็ต 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ สายการบิน Aeroflot เส้นทางมอสโก-ภูเก็ต 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ รวมถึงเที่ยวบิน Charter Flight จากตลาดรัสเซีย กลุ่มนอร์ดิก เช็ก เข้าภูเก็ต กระบี่ และอู่ตะเภาของสายการบิน Azur Air, TUIfly Nordic, Neos Air ฯลฯ เข้ามาช่วยเสริมการเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ 

2) การดำเนินงานส่งเสริมตลาดของสำนักงาน ททท. ในยุโรป เน้นเจาะกลุ่มตลาดกลาง-บน กลุ่มคู่รักฮันนีมูนเดินทางเข้าไทย อาทิ สำนักงานลอนดอนเข้าร่วมงาน World Travel Market 2023 (WTM London 2023) ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวประเทศไทยและจัดกิจกรรมต่าง ๆ ณ ศูนย์จัดนิทรรศการ London ExCel กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2566 และบุกตลาดระดับบนประเทศแถบยุโรปเหนือ โดยร่วมงานส่งเสริมการขาย PATA Roadshow สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Pacific Asia Travel Association UK Chapter ณ กรุงดับลิน สาธารณรัฐไอร์แลนด์ และเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือของสหราชอาณาจักร เข้าร่วมจัดกิจกรรม B2B – Asia Workshop กับสายการบินไทย (Thai Airways) ณ นครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานแฟรงก์เฟิร์ตร่วมกับ Tour Operators/Travel Agents ออกบูธประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในงาน Berlin Travel Festival ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี วันที่ 1-3 ธันวาคม 2566 สำนักงานกรุงโรม เน้นส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวระดับกลาง-บน กลุ่มคู่รักคู่แต่งงานในพื้นที่ตลาดยุโรปใต้ โดยเข้าร่วมงาน Honeymoon Wedding Fair ณ เมืองเบรสเซีย ในงาน Brescia Sposi วันที่ 7-8 ตุลาคม 2566 และเมืองเทรวิโซ ในงาน Treviso Sposi วันที่ 21–22 ตุลาคม 2566 รวมทั้งเข้าร่วมงาน “Ecoluxury Fair” วันที่ 9-12 พฤศจิกายน 2566 ณ Palazzo Taverna กรุงโรม ประเทศอิตาลี จัดขึ้นโดย Tour Operator Viaggi dell’Elefante เพื่อเสนอขายสินค้าบริการด้านการท่องเที่ยวให้แก่ Travel Agent ร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยว Alpi Tour จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายแพ็กเกจนำเที่ยวด้วยเที่ยวบิน Charter Flight ของสายการบิน Neos Air ในเส้นทางมิลานเข้าจังหวัดภูเก็ต เริ่มให้บริการครั้งแรกในช่วงเดือนธันวาคม 2566 – เมษายน 2567 จำนวน 1 เที่ยวบิน/สัปดาห์ นอกจากนี้ ได้ร่วมกับสายการบินไทย จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย ประเทศไทยเปิดเที่ยวบินใหม่เส้นทางอิสตันบูล-กรุงเทพฯ 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ในตารางการบิน Winter 2023/2024 เป็นครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2566 ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวยุโรปและขยายฐานลูกค้าที่เดินทางเข้าไทย ด้วยเที่ยวบินเชื่อมโยงผ่านฮับการบินจากภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าไทย 

3) การยกเว้นการขอวีซ่าเข้าไทยให้แก่นักท่องเที่ยวคาซัคสถาน (Visa Exemption) และขยายเวลาพักในไทยให้แก่นักท่องเที่ยวรัสเซีย ทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายยอดนิยมประเภท Beach Holiday ซึ่งเหมาะแก่การหลีกหนีสภาพอากาศหนาวเพื่อพักผ่อนและพำนักอยู่ในช่วงฤดูกาลการท่องเที่ยวไทย (High Season) ได้นานขึ้น โดยไทยให้สิทธิ์นักท่องเที่ยวคาซัคสถาน ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2566 – 29 กุมภาพันธ์ 2567 สามารถพำนักอยู่ในไทยได้สูงสุด 30 วัน โดยนักท่องเที่ยวคาซัคสถานตอบรับต่อมาตรการ Visa Exemption ทันทีในเดือนแรกที่เริ่มมาตรการฯ โดยเดือนตุลาคม 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 76 และเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้นร้อยละ 260 เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2566 (ก่อนมาตรการฯ) สำหรับนักท่องเที่ยวรัสเซียได้สิทธิ์พำนักในไทยเพิ่มเป็น 90 วันจากเดิม 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 – 30 เมษายน 2567 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปในช่วงไตรมาสนี้ยังคงเป็นเรื่องของภาวะค่าน้ำมันและเชื้อเพลิงแพง ส่งผลให้ราคาบัตรโดยสารเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้น โดยนักท่องเที่ยวบางส่วนตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ เป็นผลมาจากสายการบินในกลุ่มประเทศอาหรับเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังเมืองรองต่าง ๆ โดยเฉพาะแถบยุโรปตะวันออก หรือเลือกเดินทางไปยังประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคมากขึ้น

 

ภูมิภาคอเมริกา

สถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดภูมิภาคอเมริกาเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2565 คาดว่าเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยจำนวน 394,012 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 86 ของปี 2562) และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 32,330 ล้านบาท (ฟื้นตัวร้อยละ 99 ของปี 2562) โดยคาดว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาเป็นกลุ่มครอบครัว ซึ่งนิยมเดินทางเข้าไทยในช่วงปิดภาคเรียนฤดูหนาว ตลาดหลักนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา มีจำนวน 278,903 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 84 ของปี 2562) และตลาดแคนาดา มีจำนวน 61,878 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 86 ของปี 2562) ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวภูมิภาคอเมริกา มีดังนี้ 

1) การให้บริการของสายการบิน Air Canada เส้นทางบินตรง แวนคูเวอร์-กรุงเทพฯ 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ ตั้งแต่ธันวาคม 2566 – พฤษภาคม 2567 และในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2567 จะเพิ่มเป็น 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความต้องการในการเดินทางของนักท่องเที่ยวสูง และถือได้ว่ามีความถี่ของเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับการให้บริการในปีที่ผ่านมา 

2) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น โดยในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ยอยู่ที่ 36 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับช่วง 3 เดือนก่อนหน้า เกื้อหนุนให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในไทยได้มากขึ้น 

3) ททท. สำนักงานในภูมิภาคอเมริกา มุ่งเน้นขยายกลุ่มตลาดระดับบนในพื้นที่สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก และสนับสนุนการเพิ่มเที่ยวบินจากแคนาดาเข้าไทย โดยจัดกิจกรรม Amazing Thailand Networking Circuit ครั้งที่ 1 ภายใต้แนวคิด Luxury and Sustainability ในงานสัมมนากับ Travel Advisors แบบ Exclusive Invitation จำนวน 2 เมือง/ครั้ง ประกอบด้วย 1.ร้านอาหารไทย Otus นครลอสแอนเจลิส วันที่ 7 ธันวาคม 2566 และ 2.ร้านอาหาร Twenty Eight เขตออเรนจ์ เคาท์ตี้ วันที่ 8 ธันวาคม 2566 และเข้าร่วมงาน USTOA Annual Conference and Marketplace ณ นครลอสแอนเจลิส เพื่อจัดกิจกรรมเปิดตัว Thailand Meaningful Map ซึ่งเป็นการดำเนินงานร่วมกับองค์กรระดับสากล Tourism Cares สร้างการรับรู้ภายใน USTOA Members โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับสินค้าและบริการ และเตรียมความพร้อมในการเสนอขายแพ็กเกจ Sustainable Tourism ของไทยในสหรัฐอเมริกาและกลุ่มตลาดละตินอเมริกาต่อไป รวมทั้งให้ความร่วมมือสายการบิน Air Canada อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการเพิ่มความถี่เที่ยวบินตรงจากเมืองแวนคูเวอร์เข้าไทย ในช่วงปลายปี 2566 ไปจนถึงต้นปี 2567 โดยเชิญ Sales Managers ของสายการบินที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเดินทางสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และร่วมทำกิจกรรมส่งเสริม CSR สร้าง Meaningful Experience ให้กับคณะเพื่อนำไปเผยแพร่และขยายผลด้านการขายต่อไป สำหรับปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอเมริกาคือ ต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวระยะไกลในภูมิภาคอเมริกาปรับตัวสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนตัดสินใจเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่มีความคุ้มค่าเงิน เนื่องจากราคาบัตรโดยสารเครื่องบินระหว่างประเทศมีการปรับราคาขึ้นราวร้อยละ 30 ในขณะเดียวกัน จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคู่แข่งในเอเชียแปซิฟิกของไทยกลับมาได้รับความนิยม โดยนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ หันเหการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยม “ญี่ปุ่น” ได้โอกาสดึงนักท่องเที่ยวจากค่าเงินเยนอ่อนค่าและมีเที่ยวบินตรงเข้าญี่ปุ่น ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ฟื้นตัวกลับมาสูงกว่าช่วงก่อนการระบาดของ COVID-19 ปี 2562 จากข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น (JTM) พบว่าเดือนมกราคม-ตุลาคม 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นแตะ 1.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยว 1.1 ล้านคน

 

ภูมิภาคเอเชียใต้ 

สถานการณ์การเดินทางเข้าไทยของตลาดอินเดียปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการตอบสนองที่ดีต่อมาตรการ Visa Exemption ของไทย คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากตลาดภูมิภาคเอเชียใต้ภาพรวมในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 เดินทางเข้าไทยจำนวน 538,152 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 86 ของปี 2562) และสร้างรายได้ประมาณ 28,252 ล้านบาท (ฟื้นตัวร้อยละ 95 ของปี 2562) โดยมีปัจจัยจาก 

1) การยกเว้นการขอวีซ่าเข้าไทยให้แก่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 – 10 พฤษภาคม 2567 ช่วยสนับสนุนการเดินทางช่วงเทศกาลวันหยุด Diwali และวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปลายปี 2566 โดยนักท่องเที่ยวอินเดียมีการตอบสนองต่อมาตรการฯ ทันทีเช่นเดียวกับตลาดไต้หวัน ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 ในช่วงสัปดาห์แรกนับตั้งแต่ไทยเริ่มมาตรการฯ เมื่อเทียบกับช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า 

2) จำนวนที่นั่งเครื่องบินภูมิภาคเอเชียใต้ มีสัดส่วนฟื้นตัวร้อยละ 73 (885,354 ที่นั่ง) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ภาคธุรกิจการบินได้เปิดเส้นทางการบินใหม่เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวอินเดีย ทำให้จำนวนที่นั่งเครื่องบินเข้าไทยมีสัดส่วนฟื้นตัวกลับมาร้อยละ 76 (665,875 ที่นั่ง) ของจำนวนที่นั่งปี 2562 จากการเปิดเส้นทางบินใหม่ของสายการบิน Air India ในเส้นทางกัลกัตตา-กรุงเทพฯ (7 เที่ยวบิน/สัปดาห์) และเส้นทางเดลี-ภูเก็ต (4 เที่ยวบิน/สัปดาห์) สายการบิน Thai AirAsia เปิดเส้นทางอาห์เมดาบัด-กรุงเทพฯ (3 เที่ยวบิน/สัปดาห์) คยา-กรุงเทพฯ (3 เที่ยว/สัปดาห์) กูวาฮาติ-กรุงเทพฯ (3 เที่ยว/สัปดาห์) รวมทั้งการเพิ่มความถี่เที่ยวบินของสายการบิน SpiceJet ในเส้นทางเดลี (21 เที่ยวบิน/สัปดาห์) และกัลกัตตา (14 เที่ยวบิน/สัปดาห์) เข้ากรุงเทพฯ 

3) ความนิยมจุดหมายปลายทาง Exotic ของกลุ่มแต่งงาน ฤดูกาลแต่งงานของชาวอินเดียนิยมจัดงานแต่งงานในช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม สอดคล้องกับจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้น และการเปิดเที่ยวบินตรงเข้าสู่ภูเก็ตของสายการบิน Air India ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวสำหรับคู่แต่งงานและฮันนีมูน 

4) ททท. มุ่งเน้นให้เกิดกระแสการเดินทางของกลุ่มคู่รักจากเอเชียใต้ (Wedding & Honeymoon) โดยจัดกิจกรรม Special Promotion Scheme สำหรับกลุ่ม Wedding / Celebrations ระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม 2566 – 31 มีนาคม 2567 ให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่อินเดียภาคเหนือและภาคตะวันออก รวมถึงบังคลาเทศ เนปาล และภูฏาน โดยสนับสนุน Wedding Planner / Event Organizer และนำเสนอโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ The Celebrations with Care พร้อมทั้งสนับสนุนการแสดงทางวัฒนธรรมไทยเพื่อต้อนรับคู่แต่งงานชาวอินเดีย รวมทั้งกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่เหมาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมความหรูหราจากกิจกรรม Amazing Thailand Luxury Road Show to India เสนอขายแพ็กเกจ Luxury เพื่อมุ่งเน้นการทำตลาดไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพในตลาดอินเดียอย่างต่อเนื่อง

 

ภูมิภาคโอเชียเนีย 

มีการเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 เดินทางเข้าไทยจำนวน 215,894 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 99 ของปี 2562) และสร้างรายได้ประมาณ 12,799 ล้านบาท (ฟื้นตัวร้อยละ 83 ของปี 2562) โดยมีปัจจัยเกื้อหนุนคือ 

1) การเดินทางเพื่อพักผ่อนเป็น Top Priority ของชาวออสเตรเลีย จากรายงานของ American Express 2023 พบว่า ร้อยละ 97 ของชาวออสเตรเลียวางแผนที่จะเดินทางอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปี 2566 บวกกับความต้องการเดินทางภายหลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ในปีนี้มีนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความต้องการเดินทางช่วงปิดเทอม Summer School Holiday และวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวออสเตรเลียมีจำนวนใกล้เคียงกับปี 2562 (ฟื้นตัวร้อยละ 100 ของปี 2562) 

2) ททท. ส่งเสริมตลาดร่วมกับสายการบินพันธมิตรเปิดเที่ยวบินเชื่อมโยงเข้าไทย พฤติกรรมนักท่องเที่ยวภูมิภาคโอเชียเนียนิยมเดินทางด้วยเที่ยวบินเชื่อมโยง ททท. จึงมุ่งทำ Joint Promotion กับสายการบิน Malaysia Airlines ภายใต้แคมเปญ Amazing New Chapter in Amazing Thailand นอกจากนี้ได้ส่งเสริมการตลาดร่วมกับบริษัทนำเที่ยว อาทิ Flight Center ซึ่งเป็น Wholesaler รายใหญ่ของตลาดออสเตรเลีย จัดทำ Thailand Campaign ภายใต้ Asia Campaign รวมทั้งสายการบินไทย (Thai Airways) เพื่อกระตุ้นการเดินทางในช่วงปลายปี ทั้งนี้จำนวนที่นั่งเครื่องบินจากภูมิภาคโอเชียเนียเข้าไทยเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 มีจำนวน 174,838 ที่นั่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนฟื้นตัวร้อยละ 72 ของจำนวนที่นั่งปี 2562 โดยมีเที่ยวบินเข้ามาจาก 2 เมืองคือ ซิดนีย์ และเมลเบิร์น ซึ่งทำการบินโดย 4 สายการบิน ได้แก่ สายการบิน JetStar, Qantas, Thai Airways และ Thai AirAsiaX อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีเที่ยวบินตรงรองรับการเดินทางเข้าไทยของตลาดนิวซีแลนด์ โดยนักท่องเที่ยวจากนิวซีแลนด์นิยมเดินทางด้วยเที่ยวบินเชื่อมโยง มาจากสิงคโปร์ (ร้อยละ 38) และมาเลเซีย (ร้อยละ 10) 

ในขณะที่ ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคโอเชียเนียเข้าไทย ได้แก่ การแข่งขันช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวออสเตรเลียเข้มข้นมากขึ้น จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวในเอเชียมุ่งทำตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยวออสเตรเลียช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี 2566 อาทิ ญี่ปุ่น จัดงาน Japan Expo ณ นครซิดนีย์ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566 โดยเสนอขาย JR Pass, Hotels, Universal Studios และอื่น ๆ ในราคาส่วนลดกว่า 20% ฮ่องกง การท่องเที่ยวฮ่องกงร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยว สายการบิน Cathay Pacific และสนามบินฮ่องกง จัดทำแคมเปญ Infinity Holidays นำเสนอทริป 6 วันครั้งยิ่งใหญ่ ขายสิ่งที่ดีที่สุดของฮ่องกงด้วยแพ็กเกจใหม่สุดพิเศษ เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเข้าฮ่องกงให้ได้มากที่สุด เวียดนาม ขยายเครือข่ายเส้นทางบินจากเวียดนามไปยังออสเตรเลีย โดยสายการบิน Vietjet เปิดเส้นทางบินสู่เมืองเพิร์ธและแอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 เส้นทางบินใหม่นี้มีเที่ยวบินไป-กลับ 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ในออสเตรเลียไปยังจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเวียดนาม อีกทั้ง กระแสการเดินทางตามเทรนด์ฮิตจาก Social Network และละครดังใน Netflix TV series Emily in Paris จากรายงานของ American Express 2023 Global Travel Trends รายงานถึงความนิยมเดินทางออกต่างประเทศของชาวออสเตรเลีย โดยมี ญี่ปุ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคยุโรป อาทิ ปารีส และลอนดอน ส่งผลต่อการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวเข้าไทย โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่ต้องการเลือกเดินทางไปยังจุดหมายอื่นแทน

 

ภูมิภาคตะวันออกกลาง

คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 จำนวน 180,637 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 107 ของปี 2562) และสร้างรายได้ประมาณ 17,867 ล้านบาท (ฟื้นตัวร้อยละ 135 ของปี 2562) ตลาดดาวรุ่งซาอุดีอาระเบีย ครองจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มประเทศมุสลิมเข้าไทยสูงสุดต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้าด้วยจำนวน 47,248 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 703 ของปี 2562) ในขณะที่สถานการณ์การเดินทางเข้าไทยของตลาดอิสราเอล ได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์(ฮามาส) รุนแรงขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 แต่ไม่มีการประกาศปิดน่านฟ้าหรือการยกเลิกเที่ยวบินเข้าไทยจากอิสราเอล ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตลาดอิสราเอลเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 มีจำนวนแผ่วลงเหลือ 30,643 คน หรือหดตัวร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เดินทางเข้าไทยมีจำนวน 23,849 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 74 ของปี 2562) ทั้งนี้ ตลาดภูมิภาคตะวันออกกลาง มีอัตราการฟื้นตัวด้านจำนวนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ด้วยมีปัจจัยหนุนสำคัญ คือ 

1) กระแสการเดินทางเที่ยวไทยซึ่งตรงกับช่วงปิดภาคเรียนฤดูหนาวของประเทศกลุ่มอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต 

2) การเปิดให้บริการของสายการบินใหม่เข้าไทย โดยสายการบิน Air Arabia ในเส้นทางชาร์จาห์-ภูเก็ต 4 เที่ยวบิน/สัปดาห์ จากตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งนี้จำนวนที่นั่งเครื่องบินเข้าไทยในภาพรวมภูมิภาคตะวันออกกลางเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 มีจำนวนเที่ยวบินขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2566 และมีจำนวนที่นั่งเครื่องบินรวม 977,999 ที่นั่ง คิดเป็นสัดส่วนฟื้นตัวร้อยละ 102 ของจำนวนที่นั่งในปี 2562 

3) การรุกทำตลาดของ ททท. ส่งเสริมตลาดดาวรุ่ง-กลุ่มตลาดระดับบนในตะวันออกกลาง โดยจัด The Middle East Luxury Trade Meet (MLTM) วันที่ 26 ตุลาคม 2566 ณ กรุงโดฮา กาตาร์ และวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และเสนอขายในงาน Thailand Mega Fair 2023 ร่วมกับบริษัท Index และหอการค้าไทย ระหว่างวันที่ 13-16 ธันวาคม 2566 ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลาง คือ 

  1. สงครามระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ เป็นผลจากความตึงเครียดระหว่างสองฝ่ายที่มีมานานหลายทศวรรษ บั่นทอนบรรยากาศการเดินทาง ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวอิสราเอลและตะวันออกกลางบางส่วนให้เกิดความลังเลใจ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มีความอ่อนไหวต่อความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยว 
  2. ราคาตั๋วเครื่องบินมายังประเทศไทยของสายการบินในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางปรับราคาสูงขึ้น รวมทั้งค่าน้ำมันและเชื้อเพลิงแพงขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนชะลอการเดินทางท่องเที่ยวมายังประเทศไทย และตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul Destination) มากขึ้น อาทิ สายการบิน Emirates เพิ่มความถี่เที่ยวบินไปสหราชอาชอาณาจักร เส้นทางดูไบ-ลอนดอน เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 สายการบิน Etihad Airways เปิดเส้นทางใหม่จากอาบูดาบี ไปยังจุดหมายปลายทาง 7 แห่ง ได้แก่ มาลากา มิโคนอส ลิสบอน โกลกาตา เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ดุสเซลดอร์ฟ และโคเปนเฮเกน ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2566

 

ภูมิภาคแอฟริกา

คาดว่ามีนักท่องเที่ยวเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 เดินทางเข้าไทยจำนวน 38,843 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 63 ของปี 2562) สร้างรายได้การท่องเที่ยวประมาณ 2,707 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 20 และร้อยละ 15 ตามลำดับ โดยที่ตลาดหลักนักท่องเที่ยวแอฟริกาใต้เข้าไทยมีจำนวน 38,843 คน (ฟื้นตัวร้อยละ 63 ของปี 2562) ซึ่งปัจจัยสนับสนุนนักท่องเที่ยวภูมิภาคแอฟริกาให้เดินทางมาไทยเกิดจาก 

จำนวนเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งเครื่องบินเข้าไทย (Seat Capacity) แม้ปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างประเทศแอฟริกาใต้และประเทศไทย แต่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไทยด้วยเที่ยวบินเชื่อมโยงจากภูมิภาคแอฟริกา ตะวันออกกลาง และเอเชีย ช่วยรองรับความต้องการในการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคแอฟริกาได้สะดวก ในเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566 มีจำนวนที่นั่งเครื่องบินรวม 40,581 ที่นั่ง ฟื้นตัวร้อยละ 74 ของจำนวนที่นั่งในปี 2562 โดยมีสายการบินต่างชาติให้บริการเที่ยวบินตรงและเพิ่มความถี่เที่ยวบินเข้าไทย ดังนี้ สายการบิน Ethiopian Airlines เส้นทางอะดิสอะบาบา-กรุงเทพฯ 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ สายการบิน Qatar Airways เส้นทางเชื่อมโยง เคปทาวน์-โดฮา-กรุงเทพฯ 36 เที่ยวบิน/สัปดาห์ สายการบิน Emirates Airlines เส้นทางเชื่อมโยง โจฮันเนสเบิร์ก-ดูไบ-กรุงเทพฯ จำนวน 36 เที่ยวบิน/สัปดาห์ สายการบิน Singapore Airlines เส้นทางเชื่อมโยง โจฮันเนสเบิร์ก-สิงค์โปร์-กรุงเทพฯ 7 เที่ยวบิน/สัปดาห์ สายการบิน Cathay Pacific เส้นทางเชื่อมโยง เคปทาวน์-โดฮา-ฮ่องกง-กรุงเทพฯ 10 เที่ยวบิน/สัปดาห์ และสายการบิน Kenya Airways เริ่มเที่ยวบินเส้นทางไนโรบี-กรุงเทพฯ จำนวน 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์ การส่งเสริมการขายประเทศไทยของ ททท. ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่กระตุ้นกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดแอฟริกาใต้เข้าไทย โดยจัดกิจกรรม Joint Promotion ร่วมกับบริษัทนำเที่ยว Thompsons Holidays เสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยว อาทิ กรุงเทพฯ เกาะสมุย ภูเก็ต กระบี่ (7-8 คืน/แพ็กเกจ) ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 – เมษายน 2567 นอกจากนี้นักท่องเที่ยวตลาดแอฟริกาใต้นิยมแพ็กเกจท่องเที่ยวไทยซึ่งเป็นจุดหมายการเดินทางระยะไกลเพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทนำเที่ยวให้ข้อมูลว่า ยอดจองแพ็กเกจท่องเที่ยวประเทศไทยของนักท่องเที่ยวแอฟริกาใต้ มีความสนใจจองแพ็กเกจระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้น เลือกที่พักระดับ 4-5 ดาวมากขึ้น รวมถึงเดินทางท่องเที่ยวพักค้างระยะยาวและนิยมเดินทางท่องเที่ยวหลากหลายเมือง อีกทั้งเดือนธันวาคม 2566 – มกราคม 2567 เป็นช่วงเดือนที่นักท่องเที่ยวชาวแอฟริกาใต้นิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุดเนื่องจากมีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 

 

สรุปภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศปี 2566

มีการปรับตัวดีขึ้นชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลอดทั้งปี 2566 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 27,912,949 ล้านคน และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 1,512,256 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนฟื้นตัวร้อยละ 70 และร้อยละ 79 ของที่ไทยเคยได้รับปี 2562 ซึ่งสถานการณ์ที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นผลจากตลาดลูกค้าหลักของไทย ได้แก่ รัสเซีย จีน และอินเดีย คลายล็อกข้อจำกัดการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และทยอยกลับมาเปิดเส้นทางบินตรงและเที่ยวบินเช่าเหมาลำเข้าไทยต่อเนื่อง กระแสการเดินทางท่องเที่ยวตามรอยศิลปินนักแสดง Influencer/KOL และการชมคอนเสิร์ต-แฟนมีตศิลปินต่างชาติที่จัดขึ้นในไทยของแฟนคลับศิลปินประเทศแถบเอเชียตะวันออก (เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน) ประกอบกับกิจกรรมส่งเสริมด้านการตลาดต่างประเทศของ ททท. เช่น ประชาสัมพันธ์แบรนด์ Amazing Thailand แคมเปญปีท่องเที่ยวไทย 2566 “Visit Thailand Year 2023” การเจาะตลาดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงตลาดซาอุดีอาระเบียหลังฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ซาอุดีฯ ในปี 2565 กลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQ+ ในตลาดอิสราเอลและละตินอเมริกา การกระตุ้นส่งเสริมตลาดกลุ่มคาราวานขับรถเที่ยวและเดินทางโดยรถไฟ โดยเฉพาะตลาดจีนและมาเลเซีย เนื่องจากมีความสะดวกในการเดินทางเข้าไทยผ่านด่านทางบกด้วยรถไฟความเร็วสูงเส้นทางจีน-ลาว และรถไฟขบวนพิเศษจากมาเลเซีย รวมถึงกลุ่มขับรถคาราวาน-บิ๊กไบค์ และการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย โปรโมตการท่องเที่ยวเชิงอาหารและเชิงกีฬา อาทิ ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP 2024 (พฤศจิกายน 2566) รวมถึงการเปิดตัวคู่มือ “มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประจำปี 2024” เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 โดยความพิเศษฉบับล่าสุดได้มีการขยายพื้นที่การสำรวจและจัดอันดับร้านอาหารในอำเภอเกาะสมุยและจังหวัดสุราษฏร์ธานี ซึ่งเป็นจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติเข้ามารวมอยู่ด้วยเป็นปีแรก เป็นต้น

Share This Story !

8.8 min read,Views: 14332,

Related projects

  • ¡Hola! Spanish Travelers

    กรกฎาคม 25, 2024

  • ‘เรื่องเล่น’ เรื่องเล็กน้อยมหาศาล

    กรกฎาคม 25, 2024

  • ‘DESERT SUPERCITY’ มหานคร แห่งทะเลทราย

    กรกฎาคม 25, 2024